ภาพครอบตัด

โครงการการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำในจีน

โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญกับความท้าทายอันเนื่องมาจากการใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิตไอน้ำในปริมาณมาก รวมถึงปัญหาแบคทีเรียในน้ำดิบที่ส่งผลให้ไส้กรองในระบบบำบัดน้ำอุดตัน อันนำมาซึ่งความสามารถในการบําบัดน้ำที่ลดลงถึงร้อยละ 15<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำ ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สารเคมีและการขยายท่อระบายน้ำออก โดยบริษัทฯ ดำเนินการวิจัยเพื่อค้นหาสารเคมีที่เหมาะสมสำหรับการบําบัดน้ำและระบบบำบัดทางเลือกที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนระบบกำจัดฟลูออไรด์ <br><br>จากการดำเนินโครงการส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น<br>· เพิ่มอัตราการฟื้นฟูระบบออสโมซิสย้อนกลับ (RO) จาก 70.5% เป็น 72.5%<br>· ขยายรอบการทำความสะอาดเครื่อง RO จาก 10 วันเป็น 50 วัน<br>· อายุการใช้งานของชิ้นส่วนเมมเบรนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 4 ปีเป็น 8 ปี<br>· ประหยัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำได้ประมาณ 56,000 ตัน<br>· ประหยัดต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษา 120,000 เหรียญสหรัฐ และต้นทุนอุปกรณ์กำจัดฟลูออไรด์เพิ่มเติม 370,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการถ่านหินในอินโดนีเซีย

การหกรั่วไหลของถ่านหินจากกระบวนการขนถ่ายขึ้นเรือถือเป็นประเด็นสำคัญของท่าเรือขนถ่ายถ่านหินบอนตังในอินโดนีเซีย ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความสะอาดในพื้นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ เพื่อรับมือกับประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับมาใช้ใหม่ โดยการผสมถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับเข้าไปในกระบวนการขนส่ง<br><br>โครงการนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลมาผสมกับถ่านหินเพื่อส่งมอบให้ลูกค้านั้นไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพของถ่านหิน ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดปริมาณถ่านหินที่หกรั่วไหลได้ถึง 4,386 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง และการปนเปื้อนฝุ่นในดินและน้ำ อันอาจนำมาซึ่งข้อร้องเรียนจากชุมชน โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้จากถ่านหิน 477,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดการถ่านหินที่รั่วไหลได้ 15,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ดูเพิ่มเติม

การลดปริมาณของเสียฝังกลบโดยนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในจีน

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเนื่องจากราคาถ่านหินที่สูง เพื่อก้าวข้ามความท้าท้ายที่เกิดขึ้น โรงไฟฟ้าโจวผิงได้มองหาโอกาสการใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ถ่านหินทดแทนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งพบว่าคุณสมบัติและราคาของของเสียอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น ถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) ในพื้นที่โจวผิงเหมาะสมสำหรับการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงทดแทนดังกล่าว ได้ถูกทดลองเพื่อหาประเภทของเสีย ปริมาณ และสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับหม้อต้มน้ำก่อนนำไปดำเนินการจริง และขยายไปสู่หน่วยอื่น ๆ<br><br>จากการขยายผลสู่การดำเนินการในปี 2565 พบว่า สามารถลดปริมาณถ่านกัมมันต์ซึ่งเป็นของเสียที่นำไปฝังกลบ 9,337 ตัน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและชุมชน จากการรับประกันความร้อนและการจ่ายไฟในภาวะราคาถ่านหินสูง นอกจากนี้ การใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหิน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อถ่านหินและมีรายได้จากการขายเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้น 5,775,468 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการใช้น้ำในจีน

โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งเปลี่ยนแหล่งน้ำที่ใช้จากการใช้น้ำบาดาลเป็นน้ำผิวดิน ส่งผลให้ต้นทุนการใช้น้ำในกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต โรงไฟฟ้าจึงได้ดำเนินนวัตกรรมที่เน้นการลดอัตราการใช้น้ำและนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ โดยเริ่มจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใน การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การแปลผล และการจัดทำแผนปรับปรุงระบบ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำกลับคืนและติดตั้งปั๊มน้ำที่อาคารเติมเคมีและหอหล่อเย็น เพื่อหมุนเวียนและนำน้ำที่ปล่อยออกจากระบบ (Blowdown water) กลับมาใช้ในกระบวนการปฏิบัติการผลิตไฟฟ้าอีกครั้ง

ดูเพิ่มเติม

โครงการสวนรุกขชาติ 30 Gemilang และ Arboretum Kanahuang

โครงการสวนรุกขชาติก่อตั้งโดยเหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ภายใต้จุดมุ่งหมายในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยว และสันทนาการโดยพื้นที่สวนรุกขชาติถูกแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยที่มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป

ดูเพิ่มเติม

Digital Twins แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า

การดำเนินของโรงไฟฟ้าพลังงานหลวนหนานมีความซับซ้อนมากขึ้น อันนำมาซึ่งความท้าทายหลายประการ หนึ่งในปัญหาสำคัญคือการพึ่งพาประสบการณ์ของพนักงานรายบุคคลในการปรับค่าพารามิเตอร์การทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ร่วมมือบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยี Client, Edge, Cloud, Big Data และ AI ระบบใหม่นี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานโดยรวมของโรงไฟฟ้าหลวงหลวนหนาน โดยการปรับระดับออกซิเจนที่เหมาะสมในกระบวนการเผาไหม้ และลดการปล่อยมลพิษทางอากาศลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเทียบกับปี 2565 มลพิษทางอากาศลดลงร้อยละ 17, ร้อยละ 19 และร้อยละ 16 สําหรับ NOX, SO2 และ PM ตามลําดับ

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Waste -to-Product ในอินโดนีเซีย

เพื่อรับมือกับความท้าทายในการกำจัดของเสียไม่อันตรายโดยวิธีการฝังกลบนอกสถานที่ (Offsite landfill) ของเหมืองโจ-ร่ง บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Waste-to-Product โดยนำหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) มาประยุกต์ใช้ เพื่อแปรรูปของเสียประเภทต่าง ๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ และลดการนำไปฝังกลบ ตัวอย่างของเสียที่นำมาแปรรูป เช่น การแปรรูปกระดาษและพลาสติกเหลือใช้ให้เป็นวัสดุก่อสร้าง การนำเศษอาหารและน้ำมันทอดซ้ำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยและสบู่ รวมถึงการสร้างโรงงานเพื่อรองรับการจัดการของเสีย

ดูเพิ่มเติม

การปรับปรุงระบบจัดการตระกรันในจีน

การจัดการตะกรันและน้ำเสียเป็นหนึ่งในปัญหาสําคัญที่โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญเนื่องจากระยะทางการขนส่งจากหม้อน้ำไปยังเครื่องรีดน้ำที่ค่อนข้างไกลและประสิทธิภาพต่ำ อีกทั้งความจำเป็นในการใช้เครื่องจักรหลายชนิดส่งผลให้มีการใช้พลังงานในปริมาณสูง ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลของน้ำเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการตะกรันดังกล่าว บริษัทฯ ได้ก่อสร้างไซโลสำหรับเก็บตะกรันแห่งใหม่บริเวณระหว่างหม้อไอน้ำ เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและลดระยะทางในการขนส่ง นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงตะกรันให้สามารถขนส่งและรีดน้ำออกจากตะกรันได้ในเวลาเดียวกัน

ดูเพิ่มเติม

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในออสเตรเลีย

เหมืองใต้ดินทุกแห่งในออสเตรเลียจะมีการจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (BMP) เฉพาะของตัวเอง โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพประจำภูมิภาคเหนือ (Northern Region BMP) แผนดังกล่าวพัฒนาตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น โดยเก็บข้อมูลพื้นฐานตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ครอบคลุมระบบนิเวศทางบกและน้ำ รวมถึงชุมชนทางนิเวศ ชุมชนทางนิเวศที่ถูกคุกคาม คุณค่าของถิ่นที่อยู่ ระบบนิเวศที่พึ่งพาน้ำใต้ดิน ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ถูกคุกคาม และพื้นที่ริมน้ำ

ดูเพิ่มเติม

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในอินโดนีเซีย

เหมืองแบบเปิดทุกแห่งต้องจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเฉพาะพื้นที่ (Biodiversity Management Plan: BMP) ตามข้อกำหนดของกฎหมายแต่ละประเทศและตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation hierarchy) โดยเป้าหมายของแผนการจัดการอยู่ในรูปแบบค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity index) ระดับสุขภาพของระบบนิเวศ (ecosystem health ratings) และความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชท้องถิ่นในพื้นที่ฟื้นฟู

ดูเพิ่มเติม

IUCN Red List​

บริษัทฯ มีการสำรวจและระบุชนิดพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบหน่วยธุรกิจเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งประเมินระดับความเสี่ยงที่ชนิดพันธุ์เหล่านี้อาจสูญพันธุ์ โดยอ้างอิงกับชนิดพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในบัญชี IUCN Red List เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวางกลยุทธ์และจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศในท้องถิ่นให้เหลือน้อยที่สุด

ดูเพิ่มเติม

การประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกระบวนการที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตของการดำเนินงาน โดยมีการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดำเนินงาน จากนั้นจึงดำเนินการประเมินเชิงลึกโดยระบุความสัมพันธ์ทั้งกับระบบนิเวศบนบก น้ำจืด และทะเล โดยใช้เครื่องมือการประเมินที่ได้รับการยอมรับและข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่อ่อนไหว พื้นที่คุ้มครอง และพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูง

ดูเพิ่มเติม

ระบบสารสนเทศการระบุพิกัดภูมิศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมืองบารินโต

เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำ เหมืองบารินโตในอินโดนีเซียได้พัฒนาโครงการ SITANAM ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ สำหรับการระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์และการตรวจติดตามต้นไม้ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซีย ซึ่งกำหนดให้ต้นไม้ทุกต้นต้องมีเอกสารภาพถ่ายที่ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์

ดูเพิ่มเติม

โครงการธนาคารขยะในอินโดนีเซีย

ที่เหมืองบารินโตในอินโดนีเซีย ของเสียที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ (Recycle) ส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยการฝังกลบภายในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการของเสียในระยะยาวของภาครัฐ อีกทั้งชุมชนท้องถิ่นยังแสดงความต้องการให้เหมืองบารินโตจัดทำระบบรองรับการแลกเปลี่ยนของเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เหมืองบารินโตได้ดำเนินโครงการธนาคารขยะ (BASARUAN) ร่วมกับธนาคารขยะของหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีการสื่อสารข้อมูลโครงการ เช่น ประเภทของเสียที่รับ ราคารับซื้อ และกำหนดการรับ ให้แก่พนักงาน ผู้รับเหมา และสมาชิกชุมชนโดยรอบ รวมถึงการรับ คัดแยก และขนส่งของเสียไปยังธนาคารขยะเพื่อจำหน่าย และส่งผลตอบแทนให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นระบบและยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

แผนผังการเกิดและการจัดการของเสีย

บ้านปูได้ดำเนินการทำแผนผังการเกิดและการจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำ การดำเนินงานของบริษัทฯ และกระบวนการปลายน้ำ เพื่อระบุแหล่งกำเนิดของเสีย แนวปฏิบัติในการจัดการของเสีย และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ การดำเนินการดังกล่าวช่วยสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดของเสียได้ บริษัทฯ จะนำของเสียที่มีศักยภาพกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) นำมาใช้ใหม่ (Recycling) หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่น (Other recovery operations) ด้วยการแปรรูปให้เป็นวัสดุทดแทน (Secondary materials) ให้ได้มากที่สุด ส่วนของเสียคงเหลือที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมด้วยวิธีการบำบัดและกำจัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเผาและการฝังกลบที่ได้มาตรฐาน โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ

การระบุพื้นที่ปฏิบัติการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ (Water-stressed areas) เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงด้านน้ำของบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำในทุกพื้นที่ดำเนินงาน จากการประเมินพบว่าร้อยละ 48 ของหน่วยธุรกิจตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จัดอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ ข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดลำดับความสำคัญของมาตรการลดผลกระทบ เสริมความเข้มแข็งของแผนบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ และเสริมความยืดหยุ่นของชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบลุ่มน้ำที่เผชิญภาวะความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเพิ่มเติม

โครงการนำน้ำจากเหมืองกลับมาใช้ซ้ำในอินโดนีเซีย

น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการทำเหมืองแบบเปิด โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จึงได้นำกรอบการจัดการน้ำและมาตรการเฉพาะพื้นที่มาใช้เพื่อบริหารทั้งคุณภาพและปริมาณน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่ไปกับความรับผิดชอบตลอดการดำเนินงาน<br><br>ที่เหมืองอินโดมินโค บริษัทฯ มุ่งเน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอนุรักษ์น้ำ โดยลดการใช้น้ำจืดและบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำที่เป็นกรดจากการทำเหมือง ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น การปรับปรุงรถบรรทุกน้ำด้วยการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ และการบูรณาการแผนการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการทำเหมือง เพื่อให้การใช้น้ำจากบ่อเหมืองเกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปี 2568 เหมืองสามารถนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้ 4,313 ลบ.ม.

ดูเพิ่มเติม

แผนผังการไหลของน้ำ

บริษัทฯ ได้จัดทำแผนผังการไหลของน้ำเฉพาะพื้นที่ เพื่อดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำในระยะยาวให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยแผนผังดังกล่าวแสดงภาพรวมของการดึงน้ำมาใช้ การใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ และเส้นทางการระบายน้ำทิ้งไว้อย่างครบวงจร ซึ่งช่วยให้ข้อมูลมีความแม่นยำและสม่ำเสมอ ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูล และสร้างความมั่นใจในความสอดคล้องกับกรอบการรายงานด้านน้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดูเพิ่มเติม
เสนอความคิดเห็น