ภาพครอบตัด

โครงการการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมและมีส่วนร่วม

การบริหารจัดการในกรณีเกิดรอยร้าวอันเนื่องมาจากการทรุดตัวของดิน

การทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการทำเหมืองใต้ดิน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับที่อยู่อาศัยหรือสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของการทรุดตัวของดิน ประกอบกับจัดทำแผน Point Hatteras Extraction โดยใช้แบบจำลองที่ซับซ้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยร้าวให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินเพื่อเฝ้าระวังเหตุการทรุดตัวของดินว่ายังอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ได้รับอนุญาตและไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน 

ดูเพิ่มเติม

การสนับสนุนสตรีในอินโดนีเซีย

โครงการผ้าพิมพ์รักษ์สิ่งแวดล้อม Sasirangan ของเหมืองโจ-ร่งในอินโดนีเซีย ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนสตรีผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน <br><br>ทั้งนี้มีกลุ่มสตรีจำนวน 2 กลุ่มที่ร่วมบริหารจัดการโครงการ ทำให้เพิ่มขีดความสามารถผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมทักษะทางเทคนิค โดยเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br>ผลิตภัณฑ์ของ Sasirangan มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้เทคนิคการพิมพ์ลายเชิงนิเวศน์ ซึ่งทำจากใบยูคาลิปตัสจากพื้นที่ฟื้นฟูของเหมืองโจ-ร่ง และในปี 2566 กลุ่มสตรีได้เริ่มผลิตสีย้อมผ้าเชิงนิเวศน์ และกลายเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลในตลาดท้องถิ่น ทำให้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในสหรัฐฯ

BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการเป็นหนึ่งพลังร่วมในสังคม โดยสานความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเสริมความสัมพันธ์กับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ<br><br>ในปี 2566 BKV ได้ริเริ่มโครงการ “BKV First Responder Grant Program” หรือโครงการทุกสนับสนุนสำหรับผู้ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น โดยการมอบงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉิน โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อมองหาโอกาสในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน<br><br>ในการนี้ บริษัทฯ ส่งหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินในพื้นที่รัฐเท็กซัส และเพนซิลเวเนียตะวันออกเฉียงเหนือให้สมัครขอรับทุนสนับสนุน โดยมีคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์เป็นผู้พิจารณาใบสมัครและได้มอบทุนงบประมาณสนับสนุนรวม 8 ทุน มูลค่ากว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในเวียดนาม

ในปี 2566 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนาม โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กับผู้ถือครองสิทธิ ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง พนักงานรักษาความปลอดภัย และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้หญิง และหญิงตั้งครรภ์ โดยพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยงที่ดำเนินการอยู่ประกอบการประเมิน พบว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มีผลกระทบอยู่ในระดับต่ำถึงระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามบริษัทฯ พบประเด็นที่มีผลกระทบในระดับสูง 6 ประเด็น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ดูเพิ่มเติม

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ผสานรวมการประเมินผลงานตามเป้าหมาย (Management by objectives) ซึ่งชี้วัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงและพฤติกรรม เข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงานหลายมิติ (Multidimensional performance appraisal) ผ่านการประเมินพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแบบ 360 องศา ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เริ่มนำการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีม (Team-based performance appraisal) มาใช้ โดยมีกระบวนการปรับเทียบทั่วทั้งองค์กร (Calibration) นอกจากนี้ ยังมีการนำ "การสนทนาแบบ Agile" มาใช้ผ่านโปรแกรมการเป็นพี่เลี้ยงกับผู้บริหารที่อยู่นอกเหนือสายบังคับบัญชาโดยตรง

ดูเพิ่มเติม

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์

เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยยึดกลยุทธ์ 3E2A ได้แก่ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) การเสริมพลัง (Empowering) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ (Analytics) โดยหลักการดังกล่าวพัฒนามาจากอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละประเทศ เป็นต้น

ดูเพิ่มเติม

การเสริมศักยภาพแรงงานท้องถิ่นในอินโดนีเซีย

เหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ได้คาดการณ์สถานการณ์แรงงานท้องถิ่นมีแนวโน้มที่มีความต้องการสูงขึ้นในอนาคตเนื่องจากการสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ จึงร่วมมือกับสมาคมช่างเชื่อมแห่งเมืองบอนตัง (Bontang Welder Association) ในการพัฒนาฝีมือแรงงานท้องถิ่นภายใต้โครงการฝึกอบรมการเชื่อมตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 47 คน โดยมีอัตราการได้งานทำหลังการฝึกอบรมสูงถึงร้อยละ 75 ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการมีผู้ผ่านการอบรม 24 คนที่ได้ทำงานในฐานะผู้รับเหมากับอินโดมินโค

ดูเพิ่มเติม

การจัดการข้อร้องเรียนในออสเตรเลีย

ในปี 2563 เหมืองแมนดาลองในออสเตรเลียได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานโดยการสร้าง “Mandalong South Surface Site” ซึ่งรวมถึงการติดตั้งพัดลมระบายอากาศสำหรับการทำเหมืองใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับรายงานจากคนในชุมชนเกี่ยวกับเสียงรบกวนที่เกิดจากพัดลมเหล่านี้ หลังได้รับรายงาน บริษัทฯ ได้จัดการข้อร้องเรียนตามมาตรฐานการจัดการข้อร้องเรียนที่ประกอบด้วยการสื่อสารกับผู้ร้องเรียน การปรึกษากับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน และการรายงานปัญหาต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง<br><br>จากการปรึกษากับทุกภาคส่วน บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพัดลมเพื่อลดเสียงรบกวน การปรับปรุงดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2566 และพบว่ามีระดับเสียงรบกวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ไม่ได้รับข้อร้องเรียนเพิ่มเติมในประเด็นปัญหานี้

ดูเพิ่มเติม

โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจในจีน

BIC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่งในจีน มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ด้วยการสร้างโอกาสในการจ้างงาน<br><br>ในปี 2566 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่โรงไฟฟ้าจีซิน โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 32 ราย โครงการนี้นอกเหนือจากการสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วยังเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของโรงไฟฟ้าในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมในอินโดนีเซีย

ในปี 2566 เหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน 14 โครงการ โดยโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่างโครงการ เช่น การพัฒนาสวนไม้ผล โรงเรือนปศุสัตว์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม บ่อเลี้ยงปลา และจุดตกปลา เป็นต้น

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรมพัฒนาชุมชนในระยะปิดเหมืองที่เอ็มบาลุต

เหมืองเอ็มบาลุตดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและการเพิ่มขีดความสามารถของคนในชุมชน โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร (agro-edu-tourism) ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องผ่าน 3 ด้านหลักได้แก่ ด้านการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และด้านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน<br><br>ด้านการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร บริษัทฯ สนับสนุนการจัดตั้งสวนไม้ผล โรงเรือนเลี้ยงโค บ่อและจุดตกปลา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร<br>ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน บริษัทฯ สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรสตรีเพาะเห็ดนางรม 2 กลุ่ม และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อีกจำนวน 1 กลุ่ม<br>ด้านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน บริษัทฯ จัดการฝึกอบรมวิชาชีพให้คนในชุมชนรวม 138 ราย ภายใต้หัวข้อ เช่น การเชื่อมโลหะ การพัฒนาสายพันธุ์โค การพัฒนาเกษตรกรรม การพัฒนาสวนไม้ผล และเครื่องกล

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม Banpu Heart

ในปี 2567 บริษัทฯ จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมให้พนักงานนำ 10 พฤติกรรมหลักของวัฒนธรรมองค์กรไปปรับใช้ในการทำงาน รวมถึงเชื่อมโยงค่านิยมส่วนบุคคลกับเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร ทั้งนี้กิจกรรมจะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ค่านิยมในการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ความร่วมมือ และการเป็นหนึ่งเดียว<br>• Banpu Change Leaders (BCLs) reinforcement: Elevating the network of BCLs, who are committed to fostering a global corporate culture ecosystem by promoting cultural integration across business units. In Thailand, BCLs designed activities to ensure employees' deep understanding in the corporate culture. These included script interviews and storytelling projects that featured employees from different departments working under shared values, being role models for others despite differences.<br>• การจัดเวิร์กชอปและอบรมจากนโยบาย Bottom Up Culture Building เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของทีมให้แข็งแกร่งและทำให้เข้าใจความต่างของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานในทุกประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพื่อให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข โดยส่งเสริมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสมดุลชีวิตการทำงาน ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น

ดูเพิ่มเติม

โครงการฟื้นฟูนาข้าวที่เอ็มบาลุต

โครงการฟื้นฟูพื้นที่หลังจากการทำเหมืองที่เหมืองเอมบาลุต เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการปลูกนาข้าวที่อุดมสมบูรณ์ทดแทนพื้นที่เหมืองเก่าขนาด 74 เฮกตาร์ โดยริ่เริ่มจากกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อตอบสนองความกังวลของชาวบ้านที่อยู่ในเขตพัฒนาชุมชนชั้นใน เกี่ยวกับวิถีชีวิตหลังจากโครงการพัฒนาชุมชนสิ้นสุดลง โดยนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา โครงการนี้ผลิตข้าวไปแล้วกว่า 120 ตัน ซึ่งรวมถึงผลผลิตรอบที่ 4 ในเดือนกันยายน 2567 จำนวน 23 ตันอีกด้วย นอกจากช่วยส่งเสริมสวัสดิการท้องถิ่นและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ โครงการนี้ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน ทั้งยังส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านอาหารอีกด้วย ปัจจุบันมีผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการมากถึง 148 ครัวเรือน จึงถือเป็นต้นแบบโครงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังการทำเหมืองอย่างยั่งยืน และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว อีกทั้งยังสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ดูเพิ่มเติม

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา: การพัฒนาการศึกษาให้เท่าเทียมและทั่วถึง

ตั้งแต่ปี 2562 บริษัทฯ ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการจัด “โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา” โดยสนับสนุนโรงเรียน 3 แห่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม และขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนชนบท เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้านและส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการศึกษาในสังคม โดยพัฒนาใน 6 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การบริหารจัดการที่ทันสมัย สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง ส่งเสริมทักษะการสอน พัฒนาศักยภาพนักเรียนเป็นลำดับขั้นตอนอย่างเหมาะสมตั้งแต่ในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา การส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิต และการสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ผลลัพธ์ของโครงการนี้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น ชุมชนมีความเชื่อมั่นในโรงเรียนมากขึ้น รวมถึงยกระดับโรงเรียนในโครงการเป็นโรงเรียนต้นแบบ และเผยแพร่เทคนิคการสอนให้กับครูโรงเรียนอื่น ๆ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินผลตอบแทนทางสังคม

บ้านปูนำกรอบการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนหรือ SROI มาใช้วัดผลกระทบจากการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ประเมินโครงการพัฒนาชุมชน 7 โครงการ ในพื้นที่เหมือง 4 แห่ง ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้การวัดระดับความยั่งยืน (Maturity Measurement) เพื่อประเมินความยั่งยืนของโครงการการมีส่วนร่วมของชุมชนใน 6 มิติ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง การมีส่วนร่วม การบริหารจัดการ ความร่วมมือ ผลกระทบ และความยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่าน HR Digital Ecosystem

บ้านปูเริ่มดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2566 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านกระบวนการทำงานอัตโนมัติ และในปี 2567 บริษัทฯ ขยายการดำเนินงานไปสู่การยกระดับประสบการณ์ของพนักงานผ่านการใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ การวิเคราะห์ข้อมูล และคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กรให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของระบบนิเวศดิจิทัลด้านทรัพยากรบุคคล (HR Digital Ecosystem)

ดูเพิ่มเติม

การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ด้วยการตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานในอนาคต บ้านปูริเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2567 ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การดูแลพนักงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ดูเพิ่มเติม

สร้างสังคมการทำงานที่เปิดกว้างผ่านการจ้างงานผู้พิการ

บ้านปูมุ่งมั่นในการสร้างสังคมการทำงานที่โอบรับความแตกต่างโดยขยายโอกาสในการจ้างงานผู้พิการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ ร่วมมือกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมในการสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการในชุมชน เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อีกทั้งยังสนับสนุนกองทุนส่งเสริมศักยภาพคนพิการอีกด้วย

ดูเพิ่มเติม

ความครอบคลุมของการจัดทำแผนการปิดเหมืองเหมือง

ในปี 2567 บ้านปูจัดทำแผนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูสภาพเหมืองสำหรับทุกเหมืองจำนวน 19 แห่ง โดยมี 12 แห่งเปิดดำเนินการ 6 แห่งอยู่ระหว่างการพัฒนาหรือระงับการผลิตชั่วคราว และ 1 แห่งที่อยู่ในระยะปิดและฟื้นฟูสภาพคือเหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซีย

ดูเพิ่มเติม

โครงการสนับสนุนการศึกษาโดย BKV

ในปี 2567 BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ร่วมมือกับ Pascual LeDoux Academy โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินและอาสาสมัครแก่มูลนิธิการศึกษาของโรงเรียนรัฐบาลประจำเมืองเดนเวอร์ (Denver Public School Education Foundation) ในโครงการการศึกษาที่สอดคล้องกับกรอบทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า CLASS (Community Leads and Students Succeed) ซึ่งกรอบทฤษฎีนี้ใช้กลยุทธ์การพัฒนาผลลัพธ์ของนักเรียนและความเป็นเลิศทางวิชาการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเติบโตทางการเรียนรู้และวิชาการของนักเรียน ทักษะชีวิตและการเรียนรู้ทางสังคม-อารมณ์ การมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากครอบครัว และการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้สอนทั่วทั้งโรงเรียนรัฐบาลประจำเมืองเดนเวอร์

ดูเพิ่มเติม

เสริมสร้างชุมชนผ่านโครงการส่งเสริมทักษะคอมพิวเตอร์

เหมืองทรูบาอินโดสนับสนุนศูนย์ฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ LPK Media Citra Mandiri ให้แก่คนในชุมชนประจำหมู่บ้านปายัง โดยการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกและครูผู้สอน โครงการดังกล่าวจัดอบรมการใช้โปรแกรม Microsoft Word, Excel และ PowerPoint โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับความสนใจจากชุมชนเป็นอย่างมาก

ดูเพิ่มเติม

โครงการส่งเสริมรายได้ให้ชุมชน

ในเวียดนาม บ้านปูมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงหน่วยธุรกิจ โดยบริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมรายได้เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานให้กับชุมชนในพื้นที่รอบ ๆ โรงไฟฟ้าพลังงานลมเอลวินหมุยยิน และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์น็อนไห่ โครงการดังกล่าวนี้ได้ทำการว่าจ้างชาวบ้านในท้องถิ่นมาทำงานตัดหญ้า ซึ่งช่วยส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าให้มีความเป็นระเบียบ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซีย

ในปี 2567 บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตามกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) สำหรับธุรกิจเหมืองในอินโดนีเซีย กระบวนการประเมินประกอบด้วยการเก็บข้อมูลทั้งจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ แบบประเมินตนเอง และการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องด้านสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทฯ จะประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเด็นดังกล่าวเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการจัดการ ผ่านการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของการเกิด ทั้งนี้ ผลการประเมินพบประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง 6 ประเด็น ได้แก่ สภาพแวดล้อมในการทำงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อนามัยสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย กลไกรับเรื่องร้องเรียนภายใน และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดทำแผนบริหารจัดการสำหรับความเสี่ยงแต่ละประเด็น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเพิ่มเติม

การตรวจสุขภาพปศุสัตว์ในชุมชนใกล้พื้นที่เหมือง

เหมืองของบริษัทฯ ในมองโกเลียตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน Nalaikh อำเภอ Bayan-Ovoo จังหวัด Umnugobi ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล โดยผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพสัตว์และเวชภัณฑ์ทางสัตวแพทย์ต่อเนื่องมาหลายปี ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในปศุสัตว์ กระทบต่อรายได้ครัวเรือนและความมั่นคงทางอาหาร<br><br>เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ บริษัทฯ สนับสนุนงบประมาณ21,150 เหรียญสหรัฐ ให้แก่สหกรณ์สัตวแพทย์มองโกเลียและสถาบันเภสัชวิทยาทางสัตวแพทย์ (องค์กรเอกชน) ดำเนินการตรวจสุขภาพทางคลินิกในปศุสัตว์ขนาดเล็ก เก็บตัวอย่างชีวภาพเพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ การตรวจพิสูจน์ซากสัตว์ การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ การบันทึกข้อมูล และรายงานผลการตรวจสุขภาพแก่แต่ละครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ผู้เลี้ยงปศุสัตว์สามารถระบุโรคที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ของตนได้อย่างถูกต้อง เข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ทางสัตวแพทย์ที่จำเป็นได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ชุมชนยังได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการสุขภาพสัตว์และการป้องกันโรค โครงการดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ ชุมชน ทีมวิจัย ภาคประชาสังคม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนในชนบท: โครงการเลี้ยงไก่ไข่ Pemuda Mandiri Besiq

โครงการ Pemuda Mandiri Besiq เริ่มดำเนินการในปี 2563 ณ หมู่บ้าน Besiq เขต Kutai Barat ประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนผ่านการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของเยาวชนและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่น โครงการเริ่มต้นด้วยไก่ไข่จำนวน 350 ตัว และขยายเป็น 600 ตัวในปัจจุบัน สามารถผลิตไข่ได้ประมาณ 510 ฟองต่อวัน เพื่อจำหน่ายให้แก่สหกรณ์ ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน และครัวเรือนในพื้นที่ ในปี 2568 เหมืองบารินโตสนับสนุนเงินทุน 26,947 เหรียญสหรัฐ ทำให้ยอดสนับสนุนสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการอยู่ที่ 61,957 เหรียญสหรัฐ และเชื่อมโยงกับการเพาะปลูกข้าวโพดในชุมชนเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่งผลให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าที่มีความยืดหยุ่นและเข้มแข็ง ตลอดจนเป็นต้นแบบของการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนที่สามารถขยายผลได้ ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการบริหารจัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ การจัดการทางการเงินที่โปร่งใส และการพัฒนาเครือข่ายตลาดที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง นอกจากนี้ การออกแบบโครงการยังคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว โดยสามารถดำเนินงานต่อได้หลังสิ้นสุดการสนับสนุนจากบริษัทฯ และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐระดับภูมิภาคด้านความมั่นคงทางอาหารและเสริมสร้างศักยภาพเยาวชน

ดูเพิ่มเติม

การยกระดับคุณภาพถนนเพื่อความปลอดภัยของชุมชน

In Vietnam, the Company partnered with the local community to restore a critical shared access road and stabilize the surrounding land that had been weakened by severe soil corrosion. The road, which is used daily by residents, had become increasingly unsafe ahead of the approaching storm season, raising the risk of erosion, landslides, and disrupted access for nearby households. With a contribution of USD 11,385, the Company restored the shared road before the rainy season to help protect community safety and maintain access during severe weather. The project reflected the Company's commitment to enhancing the quality of life of the host communities through safer and more resilient local infrastructure.

ดูเพิ่มเติม

2025 Testimonial: Hao Yuan Solar Power Plant

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฮ่าหยวนได้มีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านของเรา ทุกช่วงเทศกาลตรุษจีน บริษัทจะมาเยี่ยมเยียนพร้อมมอบอาหารให้ผู้สูงอายุ สะท้อนถึงความใส่ใจต่อชุมชนอย่างแท้จริง หลังจากฝนตกหนัก บริษัทยังช่วยซ่อมแซมถนน ทำให้ชาวบ้านสามารถเดินทางในพื้นที่ภูเขาและทำการเกษตรได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ชุมชนรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังปรับปรุงลานกิจกรรมของหมู่บ้านและติดตั้งไฟถนน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในชีวิตประจำวัน<br><br>บริษัทฯ ดำเนินงานด้วยความใส่ใจและเคารพต่อชุมชน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจต่อความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง พวกเรารู้สึกขอบคุณและยินดีที่มีองค์กรที่มีความรับผิดชอบและใส่ใจชุมชนเช่นนี้ และหวังว่าบริษัทจะเติบโตและประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

ดูเพิ่มเติม

การจ้างงานอย่างครอบคลุมในทางปฏิบัติของ ITM

ในปี 2568 ITM บริษัทย่อยของบริษัทฯ ในอินโดนีเซียยังคงส่งเสริมการจ้างงานอย่างครอบคลุม โดยรับผู้พิการเข้าทำงานในฝ่ายทรัพยากรบุคคล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ ITM ยังได้จัดให้มีระบบพี่เลี้ยงและคำแนะนำในสถานที่ทำงาน เพื่อสนับสนุนการปรับตัวและการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน

ดูเพิ่มเติม

การยกระดับความพร้อมของพนักงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน

บ้านปูบูรณาการการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและโครงสร้างธุรกิจที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นสำหรับอนาคต ครอบคลุมทักษะด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาวะผู้นำ และทักษะการทำงานข้ามสายธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมการเติบโตภายในองค์กรผ่านการโยกย้ายตำแหน่งงาน การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการสรรหาบุคลากรภายในสำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญ

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม Banpu Heart in Action

Banpu Heart in Action มาจากแนวคิดที่ว่าวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้มีแค่เพียงเป็นแนวทางที่กำหนดไว้ หากแต่เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนยึดถือและแสดงออกผ่านความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ได้แก่ สนับสนุนให้ผู้นำทุกระดับสามารถบูรณาการองค์กรเข้ากับการบริหารทีม สร้างพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกิดขึ้นจริงในงานประจำวัน เชื่อมโยงพนักงานข้ามประเทศให้ทำงานร่วมกันภายใต้ One Banpu สร้างระบบวัดผลด้านวัฒนธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่อง และวางรากฐานให้วัฒนธรรมองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน<br><br>ภายใต้แนวคิด Culture into Action โครงการดำเนินงานผ่าน 4 แกนงานหลัก ได้แก่ <strong>Culture Awareness</strong> ส่งเสริมความเข้าใจผ่านกิจกรรมเชิงเกม การเรียนรู้แบบชั้นเรียน และการถ่ายทอดเรื่องราว <strong>Culture Role Modeling</strong> พัฒนาผู้นำในทุกระดับให้เป็น “ผู้นำด้วยวัฒนธรรม” เน้นที่กลุ่มผู้บริหาร พนักงานไทยในต่างประเทศ และพนักงานอาสาสมัคร <strong>Culture in Action</strong> จัดเวิร์กชอปที่สะท้อน Banpu Heart กับแก้ปัญหาการทำงานจริง และส่งเสริมกิจกรรมโดย Banpu Culture Leaders (BCLs) ที่ขยายให้ครอบคลุมผู้บริหารระดับสูงและพนักงานไทยในต่างประเทศ <strong>Culture Measurement & Recognition</strong> ประเมินพฤติกรรมและชื่นชมผ่านระบบวัดผลสำหรับผู้บริหารที่นำวัฒนธรรมไปใช้ได้เป็นรูปธรรม และการสำรวจระดับวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพันของพนักงานประจำปี โดยนำผลมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนปรับปรุงในระดับทีม ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับประเทศ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ บูรณาการการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk and Impact Assessment: HRRA) ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) โดยดำเนินการครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจและตลอดห่วงโซ่อุปทานระดับที่ 1 เป็นประจำทุก 3 ปี พร้อมตั้งเป้าหมายขยายความครอบคลุมให้ได้ร้อยละ 95 ภายในปี 2573 ทั้งนี้ในการระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ พิจารณาจากหลายแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งการตรวจสอบนโยบาย การใช้แบบประเมินตนเอง และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์กร เพื่อให้ครอบคลุมบริบทท้องถิ่นและลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน จากนั้นบริษัทฯ จะประเมินผลกระทบของความเสี่ยงดังกล่าวตามระดับความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิด โดยคำนึงถึง ระดับผลกระทบ (Scale) ขอบเขต (Scope) และความสามารถในการเยียวยา (Remediability) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความเสี่ยงและกำหนดแนวทางตอบสนองต่อประเด็นที่มีระดับความเสี่ยงสูงอย่างเร่งด่วน<br><br>ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมิน HRRA ในออสเตรเลียและไทย ผลการประเมินพบประเด็นความเสี่ยงในระดับสูงใหม่จำนวน 5 ประเด็นที่จำเป็นต้องเร่งจัดการในเกือบทุกหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ผลกระทบด้านจิตสังคม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิในการยินยอมอย่างเป็นอิสระบนข้อมูลที่ครบถ้วน (FPIC) การขาดการปรึกษาหารือกับชุมชน และผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงที่สอดคล้องกับแต่ละสถานการณ์เพื่อจัดการและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมุ่งมั่นติดตามประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องภายใต้รอบการดำเนินงาน HRDD เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงหลักการชี้้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGPs) โดยแนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ผู้รับเหมา คู่ค้า ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทฯ ผนวกประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย หลักจรรยาบรรณธุรกิจ และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ กำหนดความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจนผ่านหลักจรรยาบรรณคู่ค้า นำเกณฑ์ด้านสิทธิมนุษยชนมาใช้ในกระบวนการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า ตลอดจนการสื่อสารและการฝึกอบรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ และกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า<br><br>บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้วยแนวทางที่อิงความเสี่ยงและใช้กลไกอิทธิพลทางธุรกิจ (Leverage-based approach) โดยดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมคู่ค้าในทุกหน่วยธุรกิจเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อระบุและจัดการกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงที่ระบุพบจะได้รับการประเมินระดับความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อแรงงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในกรณีพบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จะบริหารจัดการผ่านกระบวนการกลไกอิทธิพลทางธุรกิจ โดยอ้างอิงความเชื่อมโยงกับลักษณะการมีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทฯ ตามกรอบ “Cause/Contribute/Directly Linked” (CCL) framework ของ UNGPs

ดูเพิ่มเติม

การรื้อถอนและฟื้นฟูพื้นที่เหมืองชาร์บอน

เหมืองชาร์บอนเป็นเหมืองใต้ดินและเหมืองเปิดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ที่อยู่ในระยะการฟื้นฟูพื้นที่ โดยบริษัทฯ ดำเนินการรื้อถอน ฟื้นฟูพื้นที่ และปิดเหมืองตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ภายใต้แผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติและกำกับดูแลจากชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบพื้นที่ที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ ปราศจากมลพิษ และสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ตกลงร่วมกัน<br><br>การรื้อถอนและปลดระวางโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการควบคู่กับงานปรับพื้นที่ เพื่อลดภาระผูกพันด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเสริมสร้างเสถียรภาพของสภาพภูมิประเทศ การฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่องมุ่งเน้นการควบคุมการพังทลาย การจัดการน้ำผิวดิน และการปลูกพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับระบบนิเวศในพื้นที่ ทั้งนี้ประมาณร้อยละ 68 ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจติดตามยืนยันถึงเสถียรภาพของพื้นที่และคุณภาพน้ำที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ บริหารจัดการการปิดเหมืองผ่านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร โดยมีการประเมินผลผ่านการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ การติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจประเมิน และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

การดำเนินงานปิดเหมืองเอ็มบาลุต

เหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซียได้เข้าสู่ขั้นตอนการปิดเหมืองอย่างเป็นทางการ โดยในปี 2568 บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน 27 โครงการ ในระหว่างปี 2565-2568 โดยมีประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้รับผลประโยชน์โดยตรงจำนวน 6,915 คน โครงการเหล่านี้ครอบคลุมด้านการสร้างรายได้ การส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม โดยออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในช่วงเปลี่ยนผ่านและหลังเหมืองยุติการการดำเนินงาน<br><br>บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อวิถีชีวิตทางสังคม (Social Livelihood Impact Assessment: SLIA) เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านความพึงพอใจและคุณภาพชีวิตของชุมชนในหมู่บ้านรอบพื้นที่ ผลการประเมินพบว่าความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 82.5 โดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความมั่นคงของรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้น การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และสถาบันชุมชนที่เข้มแข็งมากขึ้น<br><br>นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมและการปลูกต้นไม้ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องตามแผนการปิดเหมืองที่ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูพื้นที่นำไปสู่ระบบนิเวศที่มีเสถียรภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดการพื้นที่ การบริหารจัดการน้ำที่เป็นกรดจากการทำเหมือง และการดำเนินโครงการติดตามตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ฟื้นฟู เพื่อประเมินประสิทธิผลของการฟื้นฟูระบบนิเวศและควบคุมความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

The Company has taken meaningful steps to advance human rights across our operations through comprehensive training and workshops, particularly those conducted in Australia and Thailand in 2025. Our training programs equipped employees with deep knowledge of human rights foundation, international standards, and their respective business roles. Building on this foundation, we organized workshops in which key internal stakeholders collaborated to identify human rights issues specific to their operational and local contexts. This collaborative approach was essential for gathering accurate, on-the-ground insights that informed our assessment and prioritization of human rights risks across the Company's operations. We embed human rights consideration into every aspect of our operations by fostering a culture of respect and responsibility, prioritizing inclusivity, and engaging directly with stakeholders in the communities where we operate.

ดูเพิ่มเติม

หลักสูตรอบรมภาคบังคับด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้เปิดตัวหลักสูตรอบรมภาคบังคับด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights 101 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ นโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ และกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยในปี 2568 ได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องในไทยเป็นระยะแรก และจะขยายผลไปยังหน่วยธุรกิจในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ<br><br>เนื้อหาในหลักสูตรนี้ครอบคลุมประเด็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การป้องกันการละเมิดสิทธิ กลไกรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทฯ ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบของพนักงานในการระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น หลักสูตรดังกล่าวช่วยสนับสนุนการบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ากับกิจกรรมประจำวันและการตัดสินใจ เสริมสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความเคารพในทุกมิติ ทั้งนี้ บริษัทฯ บันทึกและติดตามผลการเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อวัดประสิทธิผลในการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน และนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการยกระดับศักยภาพด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

เสนอความคิดเห็น