การเปลี่ยนผ่านอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ 5P·30

บ้านปูสร้างอนาคตแห่งพลังงานที่ยั่งยืนด้วย กลยุทธ์ 5P·30 ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนผ่านอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน” โดยกรอบกลยุทธ์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก ได้แก่ Pathway, Planet, People, Performance และ Partnerships เพื่อสร้างคุณค่าและความแข็งแกร่งในระยะยาว ร่วมสำรวจโครงการที่น่าสนใจเพื่อสัมผัสว่าเสาหลักเหล่านี้นำมาสู่การปฏิบัติจริง และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานในทุกประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพื่อให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข โดยส่งเสริมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสมดุลชีวิตการทำงาน ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น

ดูเพิ่มเติม

โครงการตรวจเยี่ยมความปลอดภัยของฝ่ายผู้บริหารในไทย

การได้รับข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย ผู้บริหารของบ้านปู เน็กซ์ อีโคเสิร์ฟ ที่ดำเนินธุรกิจในไทยจึงมุ่งมั่นที่จะตรวจเยี่ยมพนักงานระดับปฏิบัติการที่อยู่หน้างานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานประจำวัน<br><br> ทั้งนี้ในการดำเนินกิจกรรมการตรวจเยี่ยมด้านความปลอดภัยของฝ่ายผู้บริหาร ทำให้ผู้บริหารระดับสูงมีโอกาสได้แสดงความมุ่งมั่นให้เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน รวมถึงได้แลกเปลี่ยน แบ่งปันแนวคิดเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับพนักงาน<br><br>ในปี 2566 ผู้บริหารระดับสูงได้ไปเยี่ยม 3 หน่วยปฏิบัติงาน และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติงานของบ้านปู เน็กซ์ อีโคเสิร์ฟ

ดูเพิ่มเติม

การอบรมความปลอดภัยตามลักษณะความเสี่ยง

ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการจัดการกับอันตรายในสถานที่ทำงาน บริษัทฯ จึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท ซึ่งหลักสูตรอบรมความปลอดภัยนี้ช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจ และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์

บริษัทฯ ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีแนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ ตั้งแต่การสำรวจความพอใจ การเชิญลูกค้ามาเยี่ยมชมกิจการของบริษัทฯ การจัดสัมมนาแบ่งปันองค์ความรู้ หรือการรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส ทั้งนี้ในการดำเนินงาน แนวปฏิบัติจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ

ดูเพิ่มเติม

การลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ผ่านการกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ ได้นำมาตรฐาน London Benchmarking Group มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการพิจารณาการลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

ดูเพิ่มเติม

แนวทางความรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ

เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร บริษัทฯ ได้นำแนวทางการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ (Three Lines of Defense) มาปรับใช้ โดยแนวทางนี้ให้ความสำคัญในการจัดโครงสร้าง บทบาท และความรับผิดชอบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการกำกับดูแลที่ดีและครอบคลุม<br><br>ระดับที่หนึ่ง: ฝ่ายปฏิบัติการ (Operational departments) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่แนวหน้าของการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปโดยเหมาะสมโดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด<br><br>Second Line: Compliance department, which plays an important role in strengthening business units by formulating and assessing policies to align with both laws & regulations and organizational objectives. Besides, when any business concerns arise, the compliance team collaborates closely with the legal department to provide advice for execution.<br><br>ระดับที่สาม: ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Internal audit) ซึ่งมีหน้าที่ประเมินอย่างเป็นอิสระในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งในระดับที่หนึ่งและระดับที่สอง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการเกิดประสิทธิผล และสอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อกำหนด<br><br>นอกจากนี้ ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายยังส่งเสริมความตระหนักรู้และความสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ และส่งเสริมวัฒนธรรมของการยึดมั่นในการปฏิบัตินโยบายภายในองค์กรและกฎระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานภายนอก 

ดูเพิ่มเติม

การรับรองระบบการจัดการ

บริษัทฯ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ โดยมีระบบการตรวจสอบภายในประจำปีโดยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังว่าจ้างบุคคลที่สามเพื่อดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองอย่างอิสระ โดยการรับรองเหล่านี้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 สำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001:2018 สำหรับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ดูเพิ่มเติม

การประชุม ESG Summit ประจำปี 2566

เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับ ESG บริษัทฯ จัดการประชุม ESG Summit ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด“Sustainability Horizons: Pioneering Decarbonization and Data Privacy &amp; Cybersecurity” โดยมีคณะกรรมการ ESG รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยธุรกิจเข้าร่วมงาน อนึ่งในการประชุมมีการพูดคุยถึงแผนการดำเนินงานใน 2 ประเด็นหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยคาร์บอน และความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาบรรยายภายใต้หัวข้อ “Strengthen Cyber Readiness” โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์<br>

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความตระหนักด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง ESG ให้แก่พนักงานในทุกระดับ จึงมีการสื่อสารผ่านจดหมายข่าวภายในองค์กร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG มาก ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย 

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero บ้านปูได้ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละโครงการจะถูกคำนวณผ่านการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับสถานการณ์ฐานซึ่งสะท้อนสภาวะก่อนการดำเนินโครงการ

ดูเพิ่มเติม

เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความมุ่งมั่นสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

บริษัทฯ ประกาศความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2593 พร้อมกำหนดเป้าหมายระยะกลางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 อย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 โดยเส้นทางการลดการปล่อยและเป้าหมายระยะกลางได้ผ่านการทดสอบภายใต้สถานการณ์จำลองที่สอดคล้องกับการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5°C รวมถึงสถานการณ์จำลอง IEA Net Zero Emissions (NZE) เพื่อประเมินความสอดคล้องกับอัตราการลดการปล่อยที่จำเป็น ตลอดจนระบุความเสี่ยงในการดำเนินการและจากปัจจัยพึ่งพาต่าง ๆ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2573 ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายและการเปิดเผยข้อมูลของบ้านปูสอดคล้องกับมาตรฐาน IFRS S2 ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการขยายขอบเขตการจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ให้ครอบคลุมหมวดหมู่ที่มีสาระสำคัญทั้งหมด เพื่อใช้เป็นรากฐานในการพิจารณาความเป็นไปได้ในการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ในระยะต่อไป<br><br>เพื่อให้แผนงานการลดก๊าซเรือนกระจกมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส บริษัทฯ ได้จัดให้หน่วยงานอิสระภายนอกประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิคและความเหมาะสมในทางปฏิบัติของแผนงานที่วางไว้ ทั้งภายใต้สถานการณ์จำลองของกิจกรรมและโครงการที่มีความแน่นอน และสถานการณ์จำลองของกิจกรรมและโครงการทั้งหมด ผลการประเมินยืนยันว่าแผนงานดังกล่าวมีความเป็นไปได้ทางเทคนิค หากมีการดำเนินโครงการตามกรอบเวลาและได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งนี้ บ้านปูจะนำผลประเมินนี้มาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการทบทวนเป้าหมายและแนวทางดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดรับกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่พัฒนาไป กฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง และผลการดำเนินงานจริงขององค์กร<br><br>ในระยะยาว บริษัทฯ มุ่งสู่เป้าหมายบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แหล่งกำเนิดเป็นลำดับแรก และนำราคาคาร์บอนภายในองค์กรมาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนเพื่อสะท้อนต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมในการจัดสรรงบประมาณ สำหรับก๊าซเรือนกระจกส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทฯ จะบริหารจัดการตามลำดับขั้นความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการกำจัดด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรมและวิธีทางธรรมชาติที่มีมาตรฐานสากล และจะใช้การชดเชยผ่านคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการทวนสอบเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น โดยคาร์บอนเครดิตจากการกำจัดและชดเชยทั้งหมดจะต้องมาจากโครงการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานชั้นนำและผ่านกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสอย่างเข้มงวดสอดคล้องกับแนวทางสากล

ดูเพิ่มเติม

แผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ

แผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศของบ้านปูเป็นแผนที่ระบุแนวทางที่บริษัทฯ จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในขอบเขตที่ 1 และ 2 เป็นศูนย์ ภายในปี 2593 และมีเป้าหมายระยะกลางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 โดยมีรายละเอียดครอบคลุมทั้งโครงสร้างการกำกับดูแล กลยุทธ์การดำเนินงาน การจัดสรรเงินทุน การทดสอบสถานการณ์จำลอง และการติดตามประเมินผลที่จะมีการทบทวนและปรับปรุงเป็นประจำทุกปี<br><br>การกำกับดูแลด้านสภาพภูมิอากาศในระดับคณะกรรมการบริษัทดำเนินการโดยคณะกรรมการ ESG ซึ่งจะทบทวนกลยุทธ์ เป้าหมาย และความคืบหน้าเป็นประจำทุกไตรมาส ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำหน้าที่ประสานกับทุกหน่วยธุรกิจ ตรวจติดตามการดำเนินงาน รายงานประเด็นที่มีสาระสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท และสร้างความมั่นใจในการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS S2 ทั้งนี้ความคืบหน้าสู่เป้าหมายปี 2573 ขับเคลื่อนกลไกหลัก 4 ประการ<br><br><strong>• การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</strong> ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเปลี่ยนยานพาหนะในเหมืองแบบเปิดในอินโดนีเซียเป็นไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์<br><strong>• การจัดหาพลังงานคาร์บอนต่ำ</strong> เพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานคาร์บอนต่ำ ผ่านการผลิตเองในพื้นที่และการจัดหาพลังงานเชิงกลยุทธ์<br><strong>• การปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ</strong> ลงทุนในผลิตภัณฑ์ บริการ และสินทรัพย์คาร์บอนต่ำ ภายใต้ความมุ่งมั่นในการจัดสรรเงินลงทุน (CapEx) ร้อยละ 10-15 ให้กับธุรกิจคาร์บอนต่ำในช่วงปี 2569-2573<br><strong>• การสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่า</strong> การร่วมมือกับคู่ค้าและลูกค้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่า และเพิ่มความครบถ้วนของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3

ดูเพิ่มเติม

การวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศทั้งในมิติความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านและความเสี่ยงทางกายภาพ บ้านปูตระหนักว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เผชิญทั้งแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านในระยะยาวและความเสี่ยงทางกายภาพที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครอบคลุมโดยอ้างอิงสถานการณ์จำลอง 4 รูปแบบ ได้แก่<br>• IEA Stated Policies Scenario (STEPS)<br>• IEA Net Zero Emissions (NZE) by 2050 Scenario<br>• Representative Concentration Pathway (RCP) 8.5 – High-emissions scenario<br>• Representative Concentration Pathway (RCP) 2.6 – Low-emissions scenario

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการใช้พลังงานจากการขนส่งถ่านหินในอินโดนีเซีย

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ในบางครั้งบริษัทฯ จำเป็นต้องผสมถ่านหินของบริษัทฯ กับถ่านหินที่จัดหาจากบุคคลที่สามที่มีค่าความร้อนต่ำ อย่างไรก็ตามถ่านหินประเภทนี้มักก่อให้เกิดการอุดตันภายในระบบสายพานขนส่งถ่านหินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน ส่งผลให้การลำเลียงถ่านหินต้องหยุดชะงักเพื่อการทำความสะอาด ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาการอุดตันใช้วิธีการฉีดน้ำแรงดันสูงด้วยแรงงานคน ทำให้ขีดความสามารถในการดำเนินการมีข้อจำกัด<br>​<br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ท่าเรือบอนตังในอินโดนีเซียได้พัฒนานวัตกรรมการติดตั้งระบบปืนอัดอากาศเพื่อเป่าถ่านหินที่สะสมแบบอัตโนมัติ โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในเดือนมีนาคม 2565 มีผลการดำเนินงาน ดังนี้<br>• ลดระยะเวลาในการทำความสะอาดเนื่องจากการอุดตันของถ่านหินลงร้อยละ 80<br>• เพิ่มอัตราการโหลดถ่านหินร้อยละ 5<br>• ลดการใช้พลังงาน 538 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 125 ตัน CO2e ต่อปี<br><br>การใช้ระบบปืนอัดอากาศนับเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขความท้าทายในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Pad of the Future

BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ได้ริเริ่มโครงการ Pad of the Future ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของแหล่งก๊าซ NEPA และ Barnett โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2564 โดย BKV ลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้านหลัก ได้แก่<br>• การเปลี่ยนตัวควบคุมจากเดิมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไปใช้ระบบอัดอากาศ (Pneumatic conversion) ในฐานผลิตที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก<br><br>• การเปลี่ยนหลุมเจาะเป็นระบบไฟฟ้าในฐานผลิตที่สามารถดำเนินการได้ และเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์<br><br>• การควบรวมฐานการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องจักรในฐานผลิตที่มีอายุการใช้งานยาวนาน<br><br>• การลดการเก็บของเหลวควบแน่นและน้ำมันในฐานผลิตให้น้อยที่สุด โดยการขนส่งของเหลวดังกล่าวไปบริหารจัดการที่สถานีกลาง<br><br>ด้วยเงินลงทุนคาดการณ์ประมาณ 35-40 ล้านเหรียญสหรัฐ BKV คาดว่าจะสามารถดำเนินการปรับปรุงหลุมเจาะมากกว่า 6,000 แห่งแล้วเสร็จ ภายในปี 2568 ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ BKV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 515,000 ตัน CO2e ในปี 2566 และคาดว่าจะลดได้ถึง 777,000 ตัน CO2e ภายในปี 2568

ดูเพิ่มเติม

โครงการ GREENCODE

ITM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ประสบปัญหาด้านความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลการกักเก็บคาร์บอน (Carbon stock data) จากกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง เนื่องจากการเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการด้วยคนและขาดมาตรฐานอ้างอิง ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ITM ได้ริเริ่มโครงการ GREENCODE ซึ่งเป็นทั้งระบบจัดเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนและระบบแสดงผลข้อมูล ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ โครงการนี้เริ่มดำเนินการที่เหมืองเอมบาลุตและเหมืองโจ-ร่ง<br><br>การนำ GREENCODE มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการติดตามความคืบหน้าของการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่พนักงาน ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการ ITM สามารถลดระยะเวลาในการปรับปรุงข้อมูลการกักเก็บคาร์บอน คิดเป็นมูลค่า 36,746 เหรียญสหรัฐต่อปี รวมทั้งยังช่วยลดภาระภาษีคาร์บอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และทำให้มั่นใจว่าการฟื้นฟูเหมืองเป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ

ดูเพิ่มเติม

โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซมีเทนจากเหมืองใต้ดิน

เหมืองแมนดาลองเป็นเหมืองถ่านหินใต้ดินในออสเตรเลียที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง โดยแหล่งกำหนดก๊าซเรือนกระจกหลักคืออากาศที่ออกจากปล่องระบายอากาศของเหมือง ทั้งนี้อากาศดังกล่าวจะถูกดูดออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของพนักงานด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ดีในก๊าซดังกล่าวจะประกอบด้วยก๊าซมีเทนที่เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก

ดูเพิ่มเติม

โครงการนำความร้อนจากก๊าซทิ้งกลับมาใช้ของโรงไฟฟ้าโจวผิง

ภายใต้เงื่อนไขการจัดสรรสิทธิ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เข้มงวดมากขึ้น การลดการใช้ถ่านหินในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานจึงเป็นประเด็นที่โรงไฟฟ้าโจวผิงให้ความสำคัญ

ดูเพิ่มเติม

โครงการการซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ในจีน

Launched in 2021, China's Emission Trading Scheme (ETS) marks a pivotal move in cutting the nation's carbon emissions. The scheme distributes emission allowances based on the power plants' generation output, with benchmark criteria that vary by fuel type and technology. It also enables companies to trade these allowances, granting them the right to emit a specific amount of carbon dioxide.

ดูเพิ่มเติม

Barnett Zero โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกของบ้านปู

Barnett Zero เป็นโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่ดำเนินงานโดย BKV ซึ่งเป็นบริษัทลูกในสหรัฐฯ โครงการนี้เป็นร่วมมือระหว่าง BKV กับ EnLink Midstream โดยเป็นหนึ่งในโครงการกักเก็บคาร์บอน (CCS) เชิงพาณิชย์แรกในสหรัฐฯ มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ในรัฐเท็กซัส

ดูเพิ่มเติม

การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านในจีนสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งได้รับเลือกให้เป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของบริษัทฯ ที่นำร่องการใช้ชีวมวลร่วมกับถ่านหิน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลการทดลองยืนยันว่าชีวมวลและถ่านหินสามารถเผาไหม้ร่วมกันได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า<br>​<br>จากผลการดำเนินงานที่เป็นบวกดังกล่าว โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งจึงวางแผนทยอยเพิ่มสัดส่วนการผสมชีวมวลตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา โดยตั้งเป้าหมายใช้ชีวมวลในสัดส่วนร้อยละ 10 ภายในปี 2569 โครงการนี้ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 552,000 เหรียญสหรัฐ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรายปีจำนวน 60,000 เหรียญสหรัฐ โดยเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จเต็มรูปแบบคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 953,000 เหรียญสหรัฐต่อปี จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้นอกจากผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซและการเพิ่มรายได้แล้ว การใช้ชีวมวลยังช่วยลดของเสียทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรท้องถิ่น และต่อยอดการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการสร้างงานและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero บ้านปูได้ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละโครงการจะถูกคำนวณผ่านการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับสถานการณ์ฐานซึ่งสะท้อนสภาวะก่อนการดำเนินโครงการ

ดูเพิ่มเติม

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำในจีน

โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญกับความท้าทายอันเนื่องมาจากการใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิตไอน้ำในปริมาณมาก รวมถึงปัญหาแบคทีเรียในน้ำดิบที่ส่งผลให้ไส้กรองในระบบบำบัดน้ำอุดตัน อันนำมาซึ่งความสามารถในการบําบัดน้ำที่ลดลงถึงร้อยละ 15<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำ ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สารเคมีและการขยายท่อระบายน้ำออก โดยบริษัทฯ ดำเนินการวิจัยเพื่อค้นหาสารเคมีที่เหมาะสมสำหรับการบําบัดน้ำและระบบบำบัดทางเลือกที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนระบบกำจัดฟลูออไรด์ <br><br>จากการดำเนินโครงการส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น<br>· เพิ่มอัตราการฟื้นฟูระบบออสโมซิสย้อนกลับ (RO) จาก 70.5% เป็น 72.5%<br>· ขยายรอบการทำความสะอาดเครื่อง RO จาก 10 วันเป็น 50 วัน<br>· อายุการใช้งานของชิ้นส่วนเมมเบรนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 4 ปีเป็น 8 ปี<br>· ประหยัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำได้ประมาณ 56,000 ตัน<br>· ประหยัดต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษา 120,000 เหรียญสหรัฐ และต้นทุนอุปกรณ์กำจัดฟลูออไรด์เพิ่มเติม 370,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการถ่านหินในอินโดนีเซีย

การหกรั่วไหลของถ่านหินจากกระบวนการขนถ่ายขึ้นเรือถือเป็นประเด็นสำคัญของท่าเรือขนถ่ายถ่านหินบอนตังในอินโดนีเซีย ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความสะอาดในพื้นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ เพื่อรับมือกับประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับมาใช้ใหม่ โดยการผสมถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับเข้าไปในกระบวนการขนส่ง<br><br>โครงการนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลมาผสมกับถ่านหินเพื่อส่งมอบให้ลูกค้านั้นไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพของถ่านหิน ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดปริมาณถ่านหินที่หกรั่วไหลได้ถึง 4,386 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง และการปนเปื้อนฝุ่นในดินและน้ำ อันอาจนำมาซึ่งข้อร้องเรียนจากชุมชน โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้จากถ่านหิน 477,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดการถ่านหินที่รั่วไหลได้ 15,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ดูเพิ่มเติม

การลดปริมาณของเสียฝังกลบโดยนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในจีน

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเนื่องจากราคาถ่านหินที่สูง เพื่อก้าวข้ามความท้าท้ายที่เกิดขึ้น โรงไฟฟ้าโจวผิงได้มองหาโอกาสการใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ถ่านหินทดแทนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งพบว่าคุณสมบัติและราคาของของเสียอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น ถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) ในพื้นที่โจวผิงเหมาะสมสำหรับการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงทดแทนดังกล่าว ได้ถูกทดลองเพื่อหาประเภทของเสีย ปริมาณ และสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับหม้อต้มน้ำก่อนนำไปดำเนินการจริง และขยายไปสู่หน่วยอื่น ๆ<br><br>จากการขยายผลสู่การดำเนินการในปี 2565 พบว่า สามารถลดปริมาณถ่านกัมมันต์ซึ่งเป็นของเสียที่นำไปฝังกลบ 9,337 ตัน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและชุมชน จากการรับประกันความร้อนและการจ่ายไฟในภาวะราคาถ่านหินสูง นอกจากนี้ การใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหิน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อถ่านหินและมีรายได้จากการขายเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้น 5,775,468 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการใช้น้ำในจีน

โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งเปลี่ยนแหล่งน้ำที่ใช้จากการใช้น้ำบาดาลเป็นน้ำผิวดิน ส่งผลให้ต้นทุนการใช้น้ำในกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต โรงไฟฟ้าจึงได้ดำเนินนวัตกรรมที่เน้นการลดอัตราการใช้น้ำและนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ โดยเริ่มจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใน การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การแปลผล และการจัดทำแผนปรับปรุงระบบ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำกลับคืนและติดตั้งปั๊มน้ำที่อาคารเติมเคมีและหอหล่อเย็น เพื่อหมุนเวียนและนำน้ำที่ปล่อยออกจากระบบ (Blowdown water) กลับมาใช้ในกระบวนการปฏิบัติการผลิตไฟฟ้าอีกครั้ง

ดูเพิ่มเติม

โครงการสวนรุกขชาติ 30 Gemilang และ Arboretum Kanahuang

โครงการสวนรุกขชาติก่อตั้งโดยเหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ภายใต้จุดมุ่งหมายในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยว และสันทนาการโดยพื้นที่สวนรุกขชาติถูกแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยที่มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป

ดูเพิ่มเติม

Digital Twins แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า

การดำเนินของโรงไฟฟ้าพลังงานหลวนหนานมีความซับซ้อนมากขึ้น อันนำมาซึ่งความท้าทายหลายประการ หนึ่งในปัญหาสำคัญคือการพึ่งพาประสบการณ์ของพนักงานรายบุคคลในการปรับค่าพารามิเตอร์การทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ร่วมมือบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยี Client, Edge, Cloud, Big Data และ AI ระบบใหม่นี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานโดยรวมของโรงไฟฟ้าหลวงหลวนหนาน โดยการปรับระดับออกซิเจนที่เหมาะสมในกระบวนการเผาไหม้ และลดการปล่อยมลพิษทางอากาศลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเทียบกับปี 2565 มลพิษทางอากาศลดลงร้อยละ 17, ร้อยละ 19 และร้อยละ 16 สําหรับ NOX, SO2 และ PM ตามลําดับ

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Waste -to-Product ในอินโดนีเซีย

เพื่อรับมือกับความท้าทายในการกำจัดของเสียไม่อันตรายโดยวิธีการฝังกลบนอกสถานที่ (Offsite landfill) ของเหมืองโจ-ร่ง บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Waste-to-Product โดยนำหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) มาประยุกต์ใช้ เพื่อแปรรูปของเสียประเภทต่าง ๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ และลดการนำไปฝังกลบ ตัวอย่างของเสียที่นำมาแปรรูป เช่น การแปรรูปกระดาษและพลาสติกเหลือใช้ให้เป็นวัสดุก่อสร้าง การนำเศษอาหารและน้ำมันทอดซ้ำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยและสบู่ รวมถึงการสร้างโรงงานเพื่อรองรับการจัดการของเสีย

ดูเพิ่มเติม

การปรับปรุงระบบจัดการตระกรันในจีน

การจัดการตะกรันและน้ำเสียเป็นหนึ่งในปัญหาสําคัญที่โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญเนื่องจากระยะทางการขนส่งจากหม้อน้ำไปยังเครื่องรีดน้ำที่ค่อนข้างไกลและประสิทธิภาพต่ำ อีกทั้งความจำเป็นในการใช้เครื่องจักรหลายชนิดส่งผลให้มีการใช้พลังงานในปริมาณสูง ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลของน้ำเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการตะกรันดังกล่าว บริษัทฯ ได้ก่อสร้างไซโลสำหรับเก็บตะกรันแห่งใหม่บริเวณระหว่างหม้อไอน้ำ เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและลดระยะทางในการขนส่ง นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงตะกรันให้สามารถขนส่งและรีดน้ำออกจากตะกรันได้ในเวลาเดียวกัน

ดูเพิ่มเติม

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในออสเตรเลีย

เหมืองใต้ดินทุกแห่งในออสเตรเลียจะมีการจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (BMP) เฉพาะของตัวเอง โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพประจำภูมิภาคเหนือ (Northern Region BMP) แผนดังกล่าวพัฒนาตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น โดยเก็บข้อมูลพื้นฐานตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ครอบคลุมระบบนิเวศทางบกและน้ำ รวมถึงชุมชนทางนิเวศ ชุมชนทางนิเวศที่ถูกคุกคาม คุณค่าของถิ่นที่อยู่ ระบบนิเวศที่พึ่งพาน้ำใต้ดิน ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ถูกคุกคาม และพื้นที่ริมน้ำ

ดูเพิ่มเติม

โครงการสวนรุกขชาติ 30 Gemilang และ Arboretum Kanahuang

โครงการสวนรุกขชาติก่อตั้งโดยเหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ภายใต้จุดมุ่งหมายในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยว และสันทนาการโดยพื้นที่สวนรุกขชาติถูกแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยที่มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป

ดูเพิ่มเติม

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในออสเตรเลีย

เหมืองใต้ดินทุกแห่งในออสเตรเลียจะมีการจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (BMP) เฉพาะของตัวเอง โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพประจำภูมิภาคเหนือ (Northern Region BMP) แผนดังกล่าวพัฒนาตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น โดยเก็บข้อมูลพื้นฐานตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ครอบคลุมระบบนิเวศทางบกและน้ำ รวมถึงชุมชนทางนิเวศ ชุมชนทางนิเวศที่ถูกคุกคาม คุณค่าของถิ่นที่อยู่ ระบบนิเวศที่พึ่งพาน้ำใต้ดิน ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ถูกคุกคาม และพื้นที่ริมน้ำ

ดูเพิ่มเติม

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในอินโดนีเซีย

เหมืองแบบเปิดทุกแห่งต้องจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเฉพาะพื้นที่ (Biodiversity Management Plan: BMP) ตามข้อกำหนดของกฎหมายแต่ละประเทศและตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation hierarchy) โดยเป้าหมายของแผนการจัดการอยู่ในรูปแบบค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity index) ระดับสุขภาพของระบบนิเวศ (ecosystem health ratings) และความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชท้องถิ่นในพื้นที่ฟื้นฟู

ดูเพิ่มเติม

IUCN Red List​

บริษัทฯ มีการสำรวจและระบุชนิดพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบหน่วยธุรกิจเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งประเมินระดับความเสี่ยงที่ชนิดพันธุ์เหล่านี้อาจสูญพันธุ์ โดยอ้างอิงกับชนิดพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในบัญชี IUCN Red List เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวางกลยุทธ์และจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศในท้องถิ่นให้เหลือน้อยที่สุด

ดูเพิ่มเติม

การประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกระบวนการที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตของการดำเนินงาน โดยมีการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดำเนินงาน จากนั้นจึงดำเนินการประเมินเชิงลึกโดยระบุความสัมพันธ์ทั้งกับระบบนิเวศบนบก น้ำจืด และทะเล โดยใช้เครื่องมือการประเมินที่ได้รับการยอมรับและข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่อ่อนไหว พื้นที่คุ้มครอง และพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูง

ดูเพิ่มเติม

ระบบสารสนเทศการระบุพิกัดภูมิศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมืองบารินโต

เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำ เหมืองบารินโตในอินโดนีเซียได้พัฒนาโครงการ SITANAM ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ สำหรับการระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์และการตรวจติดตามต้นไม้ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซีย ซึ่งกำหนดให้ต้นไม้ทุกต้นต้องมีเอกสารภาพถ่ายที่ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์

ดูเพิ่มเติม

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการถ่านหินในอินโดนีเซีย

การหกรั่วไหลของถ่านหินจากกระบวนการขนถ่ายขึ้นเรือถือเป็นประเด็นสำคัญของท่าเรือขนถ่ายถ่านหินบอนตังในอินโดนีเซีย ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความสะอาดในพื้นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ เพื่อรับมือกับประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับมาใช้ใหม่ โดยการผสมถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับเข้าไปในกระบวนการขนส่ง<br><br>โครงการนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลมาผสมกับถ่านหินเพื่อส่งมอบให้ลูกค้านั้นไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพของถ่านหิน ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดปริมาณถ่านหินที่หกรั่วไหลได้ถึง 4,386 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง และการปนเปื้อนฝุ่นในดินและน้ำ อันอาจนำมาซึ่งข้อร้องเรียนจากชุมชน โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้จากถ่านหิน 477,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดการถ่านหินที่รั่วไหลได้ 15,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ดูเพิ่มเติม

การลดปริมาณของเสียฝังกลบโดยนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในจีน

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเนื่องจากราคาถ่านหินที่สูง เพื่อก้าวข้ามความท้าท้ายที่เกิดขึ้น โรงไฟฟ้าโจวผิงได้มองหาโอกาสการใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ถ่านหินทดแทนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งพบว่าคุณสมบัติและราคาของของเสียอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น ถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) ในพื้นที่โจวผิงเหมาะสมสำหรับการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงทดแทนดังกล่าว ได้ถูกทดลองเพื่อหาประเภทของเสีย ปริมาณ และสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับหม้อต้มน้ำก่อนนำไปดำเนินการจริง และขยายไปสู่หน่วยอื่น ๆ<br><br>จากการขยายผลสู่การดำเนินการในปี 2565 พบว่า สามารถลดปริมาณถ่านกัมมันต์ซึ่งเป็นของเสียที่นำไปฝังกลบ 9,337 ตัน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและชุมชน จากการรับประกันความร้อนและการจ่ายไฟในภาวะราคาถ่านหินสูง นอกจากนี้ การใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหิน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อถ่านหินและมีรายได้จากการขายเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้น 5,775,468 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Waste -to-Product ในอินโดนีเซีย

เพื่อรับมือกับความท้าทายในการกำจัดของเสียไม่อันตรายโดยวิธีการฝังกลบนอกสถานที่ (Offsite landfill) ของเหมืองโจ-ร่ง บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Waste-to-Product โดยนำหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) มาประยุกต์ใช้ เพื่อแปรรูปของเสียประเภทต่าง ๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ และลดการนำไปฝังกลบ ตัวอย่างของเสียที่นำมาแปรรูป เช่น การแปรรูปกระดาษและพลาสติกเหลือใช้ให้เป็นวัสดุก่อสร้าง การนำเศษอาหารและน้ำมันทอดซ้ำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยและสบู่ รวมถึงการสร้างโรงงานเพื่อรองรับการจัดการของเสีย

ดูเพิ่มเติม

การปรับปรุงระบบจัดการตระกรันในจีน

การจัดการตะกรันและน้ำเสียเป็นหนึ่งในปัญหาสําคัญที่โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญเนื่องจากระยะทางการขนส่งจากหม้อน้ำไปยังเครื่องรีดน้ำที่ค่อนข้างไกลและประสิทธิภาพต่ำ อีกทั้งความจำเป็นในการใช้เครื่องจักรหลายชนิดส่งผลให้มีการใช้พลังงานในปริมาณสูง ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลของน้ำเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการตะกรันดังกล่าว บริษัทฯ ได้ก่อสร้างไซโลสำหรับเก็บตะกรันแห่งใหม่บริเวณระหว่างหม้อไอน้ำ เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและลดระยะทางในการขนส่ง นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงตะกรันให้สามารถขนส่งและรีดน้ำออกจากตะกรันได้ในเวลาเดียวกัน

ดูเพิ่มเติม

โครงการธนาคารขยะในอินโดนีเซีย

ที่เหมืองบารินโตในอินโดนีเซีย ของเสียที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ (Recycle) ส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยการฝังกลบภายในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการของเสียในระยะยาวของภาครัฐ อีกทั้งชุมชนท้องถิ่นยังแสดงความต้องการให้เหมืองบารินโตจัดทำระบบรองรับการแลกเปลี่ยนของเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เหมืองบารินโตได้ดำเนินโครงการธนาคารขยะ (BASARUAN) ร่วมกับธนาคารขยะของหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีการสื่อสารข้อมูลโครงการ เช่น ประเภทของเสียที่รับ ราคารับซื้อ และกำหนดการรับ ให้แก่พนักงาน ผู้รับเหมา และสมาชิกชุมชนโดยรอบ รวมถึงการรับ คัดแยก และขนส่งของเสียไปยังธนาคารขยะเพื่อจำหน่าย และส่งผลตอบแทนให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นระบบและยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

แผนผังการเกิดและการจัดการของเสีย

บ้านปูได้ดำเนินการทำแผนผังการเกิดและการจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำ การดำเนินงานของบริษัทฯ และกระบวนการปลายน้ำ เพื่อระบุแหล่งกำเนิดของเสีย แนวปฏิบัติในการจัดการของเสีย และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ การดำเนินการดังกล่าวช่วยสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดของเสียได้ บริษัทฯ จะนำของเสียที่มีศักยภาพกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) นำมาใช้ใหม่ (Recycling) หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่น (Other recovery operations) ด้วยการแปรรูปให้เป็นวัสดุทดแทน (Secondary materials) ให้ได้มากที่สุด ส่วนของเสียคงเหลือที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมด้วยวิธีการบำบัดและกำจัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเผาและการฝังกลบที่ได้มาตรฐาน โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ดูเพิ่มเติม

Digital Twins แบบจำลองเสมือนจริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า

การดำเนินของโรงไฟฟ้าพลังงานหลวนหนานมีความซับซ้อนมากขึ้น อันนำมาซึ่งความท้าทายหลายประการ หนึ่งในปัญหาสำคัญคือการพึ่งพาประสบการณ์ของพนักงานรายบุคคลในการปรับค่าพารามิเตอร์การทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ร่วมมือบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยี Client, Edge, Cloud, Big Data และ AI ระบบใหม่นี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานโดยรวมของโรงไฟฟ้าหลวงหลวนหนาน โดยการปรับระดับออกซิเจนที่เหมาะสมในกระบวนการเผาไหม้ และลดการปล่อยมลพิษทางอากาศลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเทียบกับปี 2565 มลพิษทางอากาศลดลงร้อยละ 17, ร้อยละ 19 และร้อยละ 16 สําหรับ NOX, SO2 และ PM ตามลําดับ

ดูเพิ่มเติม

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำในจีน

โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญกับความท้าทายอันเนื่องมาจากการใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิตไอน้ำในปริมาณมาก รวมถึงปัญหาแบคทีเรียในน้ำดิบที่ส่งผลให้ไส้กรองในระบบบำบัดน้ำอุดตัน อันนำมาซึ่งความสามารถในการบําบัดน้ำที่ลดลงถึงร้อยละ 15<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำ ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สารเคมีและการขยายท่อระบายน้ำออก โดยบริษัทฯ ดำเนินการวิจัยเพื่อค้นหาสารเคมีที่เหมาะสมสำหรับการบําบัดน้ำและระบบบำบัดทางเลือกที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนระบบกำจัดฟลูออไรด์ <br><br>จากการดำเนินโครงการส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น<br>· เพิ่มอัตราการฟื้นฟูระบบออสโมซิสย้อนกลับ (RO) จาก 70.5% เป็น 72.5%<br>· ขยายรอบการทำความสะอาดเครื่อง RO จาก 10 วันเป็น 50 วัน<br>· อายุการใช้งานของชิ้นส่วนเมมเบรนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 4 ปีเป็น 8 ปี<br>· ประหยัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำได้ประมาณ 56,000 ตัน<br>· ประหยัดต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษา 120,000 เหรียญสหรัฐ และต้นทุนอุปกรณ์กำจัดฟลูออไรด์เพิ่มเติม 370,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

โครงการลดการใช้น้ำในจีน

โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งเปลี่ยนแหล่งน้ำที่ใช้จากการใช้น้ำบาดาลเป็นน้ำผิวดิน ส่งผลให้ต้นทุนการใช้น้ำในกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต โรงไฟฟ้าจึงได้ดำเนินนวัตกรรมที่เน้นการลดอัตราการใช้น้ำและนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ โดยเริ่มจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใน การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การแปลผล และการจัดทำแผนปรับปรุงระบบ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำกลับคืนและติดตั้งปั๊มน้ำที่อาคารเติมเคมีและหอหล่อเย็น เพื่อหมุนเวียนและนำน้ำที่ปล่อยออกจากระบบ (Blowdown water) กลับมาใช้ในกระบวนการปฏิบัติการผลิตไฟฟ้าอีกครั้ง

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ

การระบุพื้นที่ปฏิบัติการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ (Water-stressed areas) เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงด้านน้ำของบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำในทุกพื้นที่ดำเนินงาน จากการประเมินพบว่าร้อยละ 48 ของหน่วยธุรกิจตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จัดอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ ข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดลำดับความสำคัญของมาตรการลดผลกระทบ เสริมความเข้มแข็งของแผนบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ และเสริมความยืดหยุ่นของชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบลุ่มน้ำที่เผชิญภาวะความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเพิ่มเติม

โครงการนำน้ำจากเหมืองกลับมาใช้ซ้ำในอินโดนีเซีย

น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการทำเหมืองแบบเปิด โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จึงได้นำกรอบการจัดการน้ำและมาตรการเฉพาะพื้นที่มาใช้เพื่อบริหารทั้งคุณภาพและปริมาณน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่ไปกับความรับผิดชอบตลอดการดำเนินงาน<br><br>ที่เหมืองอินโดมินโค บริษัทฯ มุ่งเน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอนุรักษ์น้ำ โดยลดการใช้น้ำจืดและบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำที่เป็นกรดจากการทำเหมือง ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น การปรับปรุงรถบรรทุกน้ำด้วยการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ และการบูรณาการแผนการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการทำเหมือง เพื่อให้การใช้น้ำจากบ่อเหมืองเกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปี 2568 เหมืองสามารถนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้ 4,313 ลบ.ม.

ดูเพิ่มเติม

แผนผังการไหลของน้ำ

บริษัทฯ ได้จัดทำแผนผังการไหลของน้ำเฉพาะพื้นที่ เพื่อดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำในระยะยาวให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยแผนผังดังกล่าวแสดงภาพรวมของการดึงน้ำมาใช้ การใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ และเส้นทางการระบายน้ำทิ้งไว้อย่างครบวงจร ซึ่งช่วยให้ข้อมูลมีความแม่นยำและสม่ำเสมอ ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูล และสร้างความมั่นใจในความสอดคล้องกับกรอบการรายงานด้านน้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการในกรณีเกิดรอยร้าวอันเนื่องมาจากการทรุดตัวของดิน

การทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการทำเหมืองใต้ดิน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับที่อยู่อาศัยหรือสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของการทรุดตัวของดิน ประกอบกับจัดทำแผน Point Hatteras Extraction โดยใช้แบบจำลองที่ซับซ้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยร้าวให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินเพื่อเฝ้าระวังเหตุการทรุดตัวของดินว่ายังอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ได้รับอนุญาตและไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน 

ดูเพิ่มเติม

การสนับสนุนสตรีในอินโดนีเซีย

โครงการผ้าพิมพ์รักษ์สิ่งแวดล้อม Sasirangan ของเหมืองโจ-ร่งในอินโดนีเซีย ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนสตรีผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน <br><br>ทั้งนี้มีกลุ่มสตรีจำนวน 2 กลุ่มที่ร่วมบริหารจัดการโครงการ ทำให้เพิ่มขีดความสามารถผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมทักษะทางเทคนิค โดยเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br>ผลิตภัณฑ์ของ Sasirangan มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้เทคนิคการพิมพ์ลายเชิงนิเวศน์ ซึ่งทำจากใบยูคาลิปตัสจากพื้นที่ฟื้นฟูของเหมืองโจ-ร่ง และในปี 2566 กลุ่มสตรีได้เริ่มผลิตสีย้อมผ้าเชิงนิเวศน์ และกลายเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลในตลาดท้องถิ่น ทำให้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในสหรัฐฯ

BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการเป็นหนึ่งพลังร่วมในสังคม โดยสานความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเสริมความสัมพันธ์กับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ<br><br>ในปี 2566 BKV ได้ริเริ่มโครงการ “BKV First Responder Grant Program” หรือโครงการทุกสนับสนุนสำหรับผู้ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น โดยการมอบงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉิน โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อมองหาโอกาสในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน<br><br>ในการนี้ บริษัทฯ ส่งหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินในพื้นที่รัฐเท็กซัส และเพนซิลเวเนียตะวันออกเฉียงเหนือให้สมัครขอรับทุนสนับสนุน โดยมีคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์เป็นผู้พิจารณาใบสมัครและได้มอบทุนงบประมาณสนับสนุนรวม 8 ทุน มูลค่ากว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในเวียดนาม

ในปี 2566 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนาม โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กับผู้ถือครองสิทธิ ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง พนักงานรักษาความปลอดภัย และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้หญิง และหญิงตั้งครรภ์ โดยพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยงที่ดำเนินการอยู่ประกอบการประเมิน พบว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มีผลกระทบอยู่ในระดับต่ำถึงระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามบริษัทฯ พบประเด็นที่มีผลกระทบในระดับสูง 6 ประเด็น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ดูเพิ่มเติม

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ผสานรวมการประเมินผลงานตามเป้าหมาย (Management by objectives) ซึ่งชี้วัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงและพฤติกรรม เข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงานหลายมิติ (Multidimensional performance appraisal) ผ่านการประเมินพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแบบ 360 องศา ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เริ่มนำการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีม (Team-based performance appraisal) มาใช้ โดยมีกระบวนการปรับเทียบทั่วทั้งองค์กร (Calibration) นอกจากนี้ ยังมีการนำ "การสนทนาแบบ Agile" มาใช้ผ่านโปรแกรมการเป็นพี่เลี้ยงกับผู้บริหารที่อยู่นอกเหนือสายบังคับบัญชาโดยตรง

ดูเพิ่มเติม

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์

เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยยึดกลยุทธ์ 3E2A ได้แก่ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) การเสริมพลัง (Empowering) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ (Analytics) โดยหลักการดังกล่าวพัฒนามาจากอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละประเทศ เป็นต้น

ดูเพิ่มเติม

การเสริมศักยภาพแรงงานท้องถิ่นในอินโดนีเซีย

เหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ได้คาดการณ์สถานการณ์แรงงานท้องถิ่นมีแนวโน้มที่มีความต้องการสูงขึ้นในอนาคตเนื่องจากการสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ จึงร่วมมือกับสมาคมช่างเชื่อมแห่งเมืองบอนตัง (Bontang Welder Association) ในการพัฒนาฝีมือแรงงานท้องถิ่นภายใต้โครงการฝึกอบรมการเชื่อมตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 47 คน โดยมีอัตราการได้งานทำหลังการฝึกอบรมสูงถึงร้อยละ 75 ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการมีผู้ผ่านการอบรม 24 คนที่ได้ทำงานในฐานะผู้รับเหมากับอินโดมินโค

ดูเพิ่มเติม

การจัดการข้อร้องเรียนในออสเตรเลีย

ในปี 2563 เหมืองแมนดาลองในออสเตรเลียได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานโดยการสร้าง “Mandalong South Surface Site” ซึ่งรวมถึงการติดตั้งพัดลมระบายอากาศสำหรับการทำเหมืองใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับรายงานจากคนในชุมชนเกี่ยวกับเสียงรบกวนที่เกิดจากพัดลมเหล่านี้ หลังได้รับรายงาน บริษัทฯ ได้จัดการข้อร้องเรียนตามมาตรฐานการจัดการข้อร้องเรียนที่ประกอบด้วยการสื่อสารกับผู้ร้องเรียน การปรึกษากับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน และการรายงานปัญหาต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง<br><br>จากการปรึกษากับทุกภาคส่วน บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพัดลมเพื่อลดเสียงรบกวน การปรับปรุงดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2566 และพบว่ามีระดับเสียงรบกวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ไม่ได้รับข้อร้องเรียนเพิ่มเติมในประเด็นปัญหานี้

ดูเพิ่มเติม

โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจในจีน

BIC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่งในจีน มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ด้วยการสร้างโอกาสในการจ้างงาน<br>ในปี 2566 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่โรงไฟฟ้าจีซิน โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 32 ราย โครงการนี้นอกเหนือจากการสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วยังเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของโรงไฟฟ้าในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การจ้างงานอย่างครอบคลุมในทางปฏิบัติของ ITM

ในปี 2568 ITM บริษัทย่อยของบริษัทฯ ในอินโดนีเซียยังคงส่งเสริมการจ้างงานอย่างครอบคลุม โดยรับผู้พิการเข้าทำงานในฝ่ายทรัพยากรบุคคล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ ITM ยังได้จัดให้มีระบบพี่เลี้ยงและคำแนะนำในสถานที่ทำงาน เพื่อสนับสนุนการปรับตัวและการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน

ดูเพิ่มเติม

การยกระดับความพร้อมของพนักงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน

บ้านปูบูรณาการการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและโครงสร้างธุรกิจที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นสำหรับอนาคต ครอบคลุมทักษะด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาวะผู้นำ และทักษะการทำงานข้ามสายธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมการเติบโตภายในองค์กรผ่านการโยกย้ายตำแหน่งงาน การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการสรรหาบุคลากรภายในสำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญ

ดูเพิ่มเติม

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ผสานรวมการประเมินผลงานตามเป้าหมาย (Management by objectives) ซึ่งชี้วัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงและพฤติกรรม เข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงานหลายมิติ (Multidimensional performance appraisal) ผ่านการประเมินพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแบบ 360 องศา ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เริ่มนำการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีม (Team-based performance appraisal) มาใช้ โดยมีกระบวนการปรับเทียบทั่วทั้งองค์กร (Calibration) นอกจากนี้ ยังมีการนำ "การสนทนาแบบ Agile" มาใช้ผ่านโปรแกรมการเป็นพี่เลี้ยงกับผู้บริหารที่อยู่นอกเหนือสายบังคับบัญชาโดยตรง

ดูเพิ่มเติม

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์

เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยยึดกลยุทธ์ 3E2A ได้แก่ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) การเสริมพลัง (Empowering) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ (Analytics) โดยหลักการดังกล่าวพัฒนามาจากอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละประเทศ เป็นต้น

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม Banpu Heart

ในปี 2567 บริษัทฯ จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมให้พนักงานนำ 10 พฤติกรรมหลักของวัฒนธรรมองค์กรไปปรับใช้ในการทำงาน รวมถึงเชื่อมโยงค่านิยมส่วนบุคคลกับเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร ทั้งนี้กิจกรรมจะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ค่านิยมในการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ความร่วมมือ และการเป็นหนึ่งเดียว<br>• Banpu Change Leaders (BCLs) reinforcement: Elevating the network of BCLs, who are committed to fostering a global corporate culture ecosystem by promoting cultural integration across business units. In Thailand, BCLs designed activities to ensure employees' deep understanding in the corporate culture. These included script interviews and storytelling projects that featured employees from different departments working under shared values, being role models for others despite differences.<br>• การจัดเวิร์กชอปและอบรมจากนโยบาย Bottom Up Culture Building เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของทีมให้แข็งแกร่งและทำให้เข้าใจความต่างของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานในทุกประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพื่อให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข โดยส่งเสริมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสมดุลชีวิตการทำงาน ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น

ดูเพิ่มเติม

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่าน HR Digital Ecosystem

บ้านปูเริ่มดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2566 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านกระบวนการทำงานอัตโนมัติ และในปี 2567 บริษัทฯ ขยายการดำเนินงานไปสู่การยกระดับประสบการณ์ของพนักงานผ่านการใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ การวิเคราะห์ข้อมูล และคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กรให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของระบบนิเวศดิจิทัลด้านทรัพยากรบุคคล (HR Digital Ecosystem)

ดูเพิ่มเติม

การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ด้วยการตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานในอนาคต บ้านปูริเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2567 ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การดูแลพนักงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ดูเพิ่มเติม

สร้างสังคมการทำงานที่เปิดกว้างผ่านการจ้างงานผู้พิการ

บ้านปูมุ่งมั่นในการสร้างสังคมการทำงานที่โอบรับความแตกต่างโดยขยายโอกาสในการจ้างงานผู้พิการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ ร่วมมือกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมในการสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการในชุมชน เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อีกทั้งยังสนับสนุนกองทุนส่งเสริมศักยภาพคนพิการอีกด้วย

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม Banpu Heart in Action

Banpu Heart in Action มาจากแนวคิดที่ว่าวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้มีแค่เพียงเป็นแนวทางที่กำหนดไว้ หากแต่เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนยึดถือและแสดงออกผ่านความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ได้แก่ สนับสนุนให้ผู้นำทุกระดับสามารถบูรณาการองค์กรเข้ากับการบริหารทีม สร้างพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกิดขึ้นจริงในงานประจำวัน เชื่อมโยงพนักงานข้ามประเทศให้ทำงานร่วมกันภายใต้ One Banpu สร้างระบบวัดผลด้านวัฒนธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่อง และวางรากฐานให้วัฒนธรรมองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน<br><br>ภายใต้แนวคิด Culture into Action โครงการดำเนินงานผ่าน 4 แกนงานหลัก ได้แก่ <strong>Culture Awareness</strong> ส่งเสริมความเข้าใจผ่านกิจกรรมเชิงเกม การเรียนรู้แบบชั้นเรียน และการถ่ายทอดเรื่องราว <strong>Culture Role Modeling</strong> พัฒนาผู้นำในทุกระดับให้เป็น “ผู้นำด้วยวัฒนธรรม” เน้นที่กลุ่มผู้บริหาร พนักงานไทยในต่างประเทศ และพนักงานอาสาสมัคร <strong>Culture in Action</strong> จัดเวิร์กชอปที่สะท้อน Banpu Heart กับแก้ปัญหาการทำงานจริง และส่งเสริมกิจกรรมโดย Banpu Culture Leaders (BCLs) ที่ขยายให้ครอบคลุมผู้บริหารระดับสูงและพนักงานไทยในต่างประเทศ <strong>Culture Measurement & Recognition</strong> ประเมินพฤติกรรมและชื่นชมผ่านระบบวัดผลสำหรับผู้บริหารที่นำวัฒนธรรมไปใช้ได้เป็นรูปธรรม และการสำรวจระดับวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพันของพนักงานประจำปี โดยนำผลมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนปรับปรุงในระดับทีม ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับประเทศ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในเวียดนาม

ในปี 2566 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนาม โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กับผู้ถือครองสิทธิ ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง พนักงานรักษาความปลอดภัย และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้หญิง และหญิงตั้งครรภ์ โดยพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยงที่ดำเนินการอยู่ประกอบการประเมิน พบว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มีผลกระทบอยู่ในระดับต่ำถึงระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามบริษัทฯ พบประเด็นที่มีผลกระทบในระดับสูง 6 ประเด็น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซีย

ในปี 2567 บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตามกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) สำหรับธุรกิจเหมืองในอินโดนีเซีย กระบวนการประเมินประกอบด้วยการเก็บข้อมูลทั้งจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ แบบประเมินตนเอง และการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องด้านสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทฯ จะประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเด็นดังกล่าวเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการจัดการ ผ่านการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของการเกิด ทั้งนี้ ผลการประเมินพบประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง 6 ประเด็น ได้แก่ สภาพแวดล้อมในการทำงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อนามัยสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย กลไกรับเรื่องร้องเรียนภายใน และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดทำแผนบริหารจัดการสำหรับความเสี่ยงแต่ละประเด็น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ บูรณาการการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk and Impact Assessment: HRRA) ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) โดยดำเนินการครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจและตลอดห่วงโซ่อุปทานระดับที่ 1 เป็นประจำทุก 3 ปี พร้อมตั้งเป้าหมายขยายความครอบคลุมให้ได้ร้อยละ 95 ภายในปี 2573 ทั้งนี้ในการระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ พิจารณาจากหลายแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งการตรวจสอบนโยบาย การใช้แบบประเมินตนเอง และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์กร เพื่อให้ครอบคลุมบริบทท้องถิ่นและลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน จากนั้นบริษัทฯ จะประเมินผลกระทบของความเสี่ยงดังกล่าวตามระดับความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิด โดยคำนึงถึง ระดับผลกระทบ (Scale) ขอบเขต (Scope) และความสามารถในการเยียวยา (Remediability) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความเสี่ยงและกำหนดแนวทางตอบสนองต่อประเด็นที่มีระดับความเสี่ยงสูงอย่างเร่งด่วน<br><br>ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมิน HRRA ในออสเตรเลียและไทย ผลการประเมินพบประเด็นความเสี่ยงในระดับสูงใหม่จำนวน 5 ประเด็นที่จำเป็นต้องเร่งจัดการในเกือบทุกหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ผลกระทบด้านจิตสังคม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิในการยินยอมอย่างเป็นอิสระบนข้อมูลที่ครบถ้วน (FPIC) การขาดการปรึกษาหารือกับชุมชน และผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงที่สอดคล้องกับแต่ละสถานการณ์เพื่อจัดการและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมุ่งมั่นติดตามประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องภายใต้รอบการดำเนินงาน HRDD เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงหลักการชี้้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGPs) โดยแนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ผู้รับเหมา คู่ค้า ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทฯ ผนวกประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย หลักจรรยาบรรณธุรกิจ และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ กำหนดความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจนผ่านหลักจรรยาบรรณคู่ค้า นำเกณฑ์ด้านสิทธิมนุษยชนมาใช้ในกระบวนการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า ตลอดจนการสื่อสารและการฝึกอบรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ และกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า<br><br>บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้วยแนวทางที่อิงความเสี่ยงและใช้กลไกอิทธิพลทางธุรกิจ (Leverage-based approach) โดยดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมคู่ค้าในทุกหน่วยธุรกิจเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อระบุและจัดการกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงที่ระบุพบจะได้รับการประเมินระดับความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อแรงงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในกรณีพบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จะบริหารจัดการผ่านกระบวนการกลไกอิทธิพลทางธุรกิจ โดยอ้างอิงความเชื่อมโยงกับลักษณะการมีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทฯ ตามกรอบ “Cause/Contribute/Directly Linked” (CCL) framework ของ UNGPs

ดูเพิ่มเติม

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

The Company has taken meaningful steps to advance human rights across our operations through comprehensive training and workshops, particularly those conducted in Australia and Thailand in 2025. Our training programs equipped employees with deep knowledge of human rights foundation, international standards, and their respective business roles. Building on this foundation, we organized workshops in which key internal stakeholders collaborated to identify human rights issues specific to their operational and local contexts. This collaborative approach was essential for gathering accurate, on-the-ground insights that informed our assessment and prioritization of human rights risks across the Company's operations. We embed human rights consideration into every aspect of our operations by fostering a culture of respect and responsibility, prioritizing inclusivity, and engaging directly with stakeholders in the communities where we operate.

ดูเพิ่มเติม

หลักสูตรอบรมภาคบังคับด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้เปิดตัวหลักสูตรอบรมภาคบังคับด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights 101 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ นโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ และกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยในปี 2568 ได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องในไทยเป็นระยะแรก และจะขยายผลไปยังหน่วยธุรกิจในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ<br><br>เนื้อหาในหลักสูตรนี้ครอบคลุมประเด็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การป้องกันการละเมิดสิทธิ กลไกรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทฯ ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบของพนักงานในการระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น หลักสูตรดังกล่าวช่วยสนับสนุนการบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ากับกิจกรรมประจำวันและการตัดสินใจ เสริมสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความเคารพในทุกมิติ ทั้งนี้ บริษัทฯ บันทึกและติดตามผลการเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อวัดประสิทธิผลในการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน และนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการยกระดับศักยภาพด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการในกรณีเกิดรอยร้าวอันเนื่องมาจากการทรุดตัวของดิน

การทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการทำเหมืองใต้ดิน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับที่อยู่อาศัยหรือสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของการทรุดตัวของดิน ประกอบกับจัดทำแผน Point Hatteras Extraction โดยใช้แบบจำลองที่ซับซ้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยร้าวให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินเพื่อเฝ้าระวังเหตุการทรุดตัวของดินว่ายังอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ได้รับอนุญาตและไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน 

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรมพัฒนาชุมชนในระยะปิดเหมืองที่เอ็มบาลุต

เหมืองเอ็มบาลุตดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและการเพิ่มขีดความสามารถของคนในชุมชน โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร (agro-edu-tourism) ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องผ่าน 3 ด้านหลักได้แก่ ด้านการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และด้านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน<br><br>ด้านการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร บริษัทฯ สนับสนุนการจัดตั้งสวนไม้ผล โรงเรือนเลี้ยงโค บ่อและจุดตกปลา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร<br>ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน บริษัทฯ สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรสตรีเพาะเห็ดนางรม 2 กลุ่ม และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อีกจำนวน 1 กลุ่ม<br>ด้านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน บริษัทฯ จัดการฝึกอบรมวิชาชีพให้คนในชุมชนรวม 138 ราย ภายใต้หัวข้อ เช่น การเชื่อมโลหะ การพัฒนาสายพันธุ์โค การพัฒนาเกษตรกรรม การพัฒนาสวนไม้ผล และเครื่องกล

ดูเพิ่มเติม

โครงการฟื้นฟูนาข้าวที่เอ็มบาลุต

โครงการฟื้นฟูพื้นที่หลังจากการทำเหมืองที่เหมืองเอมบาลุต เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการปลูกนาข้าวที่อุดมสมบูรณ์ทดแทนพื้นที่เหมืองเก่าขนาด 74 เฮกตาร์ โดยริ่เริ่มจากกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อตอบสนองความกังวลของชาวบ้านที่อยู่ในเขตพัฒนาชุมชนชั้นใน เกี่ยวกับวิถีชีวิตหลังจากโครงการพัฒนาชุมชนสิ้นสุดลง โดยนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา โครงการนี้ผลิตข้าวไปแล้วกว่า 120 ตัน ซึ่งรวมถึงผลผลิตรอบที่ 4 ในเดือนกันยายน 2567 จำนวน 23 ตันอีกด้วย นอกจากช่วยส่งเสริมสวัสดิการท้องถิ่นและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ โครงการนี้ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน ทั้งยังส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านอาหารอีกด้วย ปัจจุบันมีผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการมากถึง 148 ครัวเรือน จึงถือเป็นต้นแบบโครงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังการทำเหมืองอย่างยั่งยืน และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว อีกทั้งยังสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ดูเพิ่มเติม

ความครอบคลุมของการจัดทำแผนการปิดเหมืองเหมือง

ในปี 2567 บ้านปูจัดทำแผนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูสภาพเหมืองสำหรับทุกเหมืองจำนวน 19 แห่ง โดยมี 12 แห่งเปิดดำเนินการ 6 แห่งอยู่ระหว่างการพัฒนาหรือระงับการผลิตชั่วคราว และ 1 แห่งที่อยู่ในระยะปิดและฟื้นฟูสภาพคือเหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซีย

ดูเพิ่มเติม

การรื้อถอนและฟื้นฟูพื้นที่เหมืองชาร์บอน

เหมืองชาร์บอนเป็นเหมืองใต้ดินและเหมืองเปิดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ที่อยู่ในระยะการฟื้นฟูพื้นที่ โดยบริษัทฯ ดำเนินการรื้อถอน ฟื้นฟูพื้นที่ และปิดเหมืองตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ภายใต้แผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติและกำกับดูแลจากชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบพื้นที่ที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ ปราศจากมลพิษ และสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ตกลงร่วมกัน<br><br>การรื้อถอนและปลดระวางโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการควบคู่กับงานปรับพื้นที่ เพื่อลดภาระผูกพันด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเสริมสร้างเสถียรภาพของสภาพภูมิประเทศ การฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่องมุ่งเน้นการควบคุมการพังทลาย การจัดการน้ำผิวดิน และการปลูกพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับระบบนิเวศในพื้นที่ ทั้งนี้ประมาณร้อยละ 68 ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจติดตามยืนยันถึงเสถียรภาพของพื้นที่และคุณภาพน้ำที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ บริหารจัดการการปิดเหมืองผ่านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร โดยมีการประเมินผลผ่านการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ การติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจประเมิน และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

การดำเนินงานปิดเหมืองเอ็มบาลุต

เหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซียได้เข้าสู่ขั้นตอนการปิดเหมืองอย่างเป็นทางการ โดยในปี 2568 บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน 27 โครงการ ในระหว่างปี 2565-2568 โดยมีประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้รับผลประโยชน์โดยตรงจำนวน 6,915 คน โครงการเหล่านี้ครอบคลุมด้านการสร้างรายได้ การส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม โดยออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในช่วงเปลี่ยนผ่านและหลังเหมืองยุติการการดำเนินงาน<br><br>บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อวิถีชีวิตทางสังคม (Social Livelihood Impact Assessment: SLIA) เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านความพึงพอใจและคุณภาพชีวิตของชุมชนในหมู่บ้านรอบพื้นที่ ผลการประเมินพบว่าความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 82.5 โดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความมั่นคงของรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้น การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และสถาบันชุมชนที่เข้มแข็งมากขึ้น<br><br>นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมและการปลูกต้นไม้ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องตามแผนการปิดเหมืองที่ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูพื้นที่นำไปสู่ระบบนิเวศที่มีเสถียรภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดการพื้นที่ การบริหารจัดการน้ำที่เป็นกรดจากการทำเหมือง และการดำเนินโครงการติดตามตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ฟื้นฟู เพื่อประเมินประสิทธิผลของการฟื้นฟูระบบนิเวศและควบคุมความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

การสนับสนุนสตรีในอินโดนีเซีย

โครงการผ้าพิมพ์รักษ์สิ่งแวดล้อม Sasirangan ของเหมืองโจ-ร่งในอินโดนีเซีย ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนสตรีผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน <br><br>ทั้งนี้มีกลุ่มสตรีจำนวน 2 กลุ่มที่ร่วมบริหารจัดการโครงการ ทำให้เพิ่มขีดความสามารถผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมทักษะทางเทคนิค โดยเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br>ผลิตภัณฑ์ของ Sasirangan มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้เทคนิคการพิมพ์ลายเชิงนิเวศน์ ซึ่งทำจากใบยูคาลิปตัสจากพื้นที่ฟื้นฟูของเหมืองโจ-ร่ง และในปี 2566 กลุ่มสตรีได้เริ่มผลิตสีย้อมผ้าเชิงนิเวศน์ และกลายเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลในตลาดท้องถิ่น ทำให้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในสหรัฐฯ

BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการเป็นหนึ่งพลังร่วมในสังคม โดยสานความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเสริมความสัมพันธ์กับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ<br><br>ในปี 2566 BKV ได้ริเริ่มโครงการ “BKV First Responder Grant Program” หรือโครงการทุกสนับสนุนสำหรับผู้ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น โดยการมอบงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยเผชิญเหตุฉุกเฉิน โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อมองหาโอกาสในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน<br><br>ในการนี้ บริษัทฯ ส่งหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินในพื้นที่รัฐเท็กซัส และเพนซิลเวเนียตะวันออกเฉียงเหนือให้สมัครขอรับทุนสนับสนุน โดยมีคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์เป็นผู้พิจารณาใบสมัครและได้มอบทุนงบประมาณสนับสนุนรวม 8 ทุน มูลค่ากว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ

ดูเพิ่มเติม

การเสริมศักยภาพแรงงานท้องถิ่นในอินโดนีเซีย

เหมืองอินโดมินโคในอินโดนีเซีย ได้คาดการณ์สถานการณ์แรงงานท้องถิ่นมีแนวโน้มที่มีความต้องการสูงขึ้นในอนาคตเนื่องจากการสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ จึงร่วมมือกับสมาคมช่างเชื่อมแห่งเมืองบอนตัง (Bontang Welder Association) ในการพัฒนาฝีมือแรงงานท้องถิ่นภายใต้โครงการฝึกอบรมการเชื่อมตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 47 คน โดยมีอัตราการได้งานทำหลังการฝึกอบรมสูงถึงร้อยละ 75 ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการมีผู้ผ่านการอบรม 24 คนที่ได้ทำงานในฐานะผู้รับเหมากับอินโดมินโค

ดูเพิ่มเติม

การจัดการข้อร้องเรียนในออสเตรเลีย

ในปี 2563 เหมืองแมนดาลองในออสเตรเลียได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานโดยการสร้าง “Mandalong South Surface Site” ซึ่งรวมถึงการติดตั้งพัดลมระบายอากาศสำหรับการทำเหมืองใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับรายงานจากคนในชุมชนเกี่ยวกับเสียงรบกวนที่เกิดจากพัดลมเหล่านี้ หลังได้รับรายงาน บริษัทฯ ได้จัดการข้อร้องเรียนตามมาตรฐานการจัดการข้อร้องเรียนที่ประกอบด้วยการสื่อสารกับผู้ร้องเรียน การปรึกษากับคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน และการรายงานปัญหาต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง<br><br>จากการปรึกษากับทุกภาคส่วน บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพัดลมเพื่อลดเสียงรบกวน การปรับปรุงดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2566 และพบว่ามีระดับเสียงรบกวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ไม่ได้รับข้อร้องเรียนเพิ่มเติมในประเด็นปัญหานี้

ดูเพิ่มเติม

โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจในจีน

BIC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่งในจีน มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ด้วยการสร้างโอกาสในการจ้างงาน<br>ในปี 2566 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่โรงไฟฟ้าจีซิน โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 32 ราย โครงการนี้นอกเหนือจากการสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วยังเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของโรงไฟฟ้าในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมในอินโดนีเซีย

ในปี 2566 เหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน 14 โครงการ โดยโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่างโครงการ เช่น การพัฒนาสวนไม้ผล โรงเรือนปศุสัตว์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม บ่อเลี้ยงปลา และจุดตกปลา เป็นต้น

ดูเพิ่มเติม

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา: การพัฒนาการศึกษาให้เท่าเทียมและทั่วถึง

ตั้งแต่ปี 2562 บริษัทฯ ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการจัด “โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา” โดยสนับสนุนโรงเรียน 3 แห่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม และขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนชนบท เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้านและส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการศึกษาในสังคม โดยพัฒนาใน 6 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การบริหารจัดการที่ทันสมัย สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง ส่งเสริมทักษะการสอน พัฒนาศักยภาพนักเรียนเป็นลำดับขั้นตอนอย่างเหมาะสมตั้งแต่ในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา การส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิต และการสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ผลลัพธ์ของโครงการนี้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น ชุมชนมีความเชื่อมั่นในโรงเรียนมากขึ้น รวมถึงยกระดับโรงเรียนในโครงการเป็นโรงเรียนต้นแบบ และเผยแพร่เทคนิคการสอนให้กับครูโรงเรียนอื่น ๆ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินผลตอบแทนทางสังคม

บ้านปูนำกรอบการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนหรือ SROI มาใช้วัดผลกระทบจากการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ประเมินโครงการพัฒนาชุมชน 7 โครงการ ในพื้นที่เหมือง 4 แห่ง ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้การวัดระดับความยั่งยืน (Maturity Measurement) เพื่อประเมินความยั่งยืนของโครงการการมีส่วนร่วมของชุมชนใน 6 มิติ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง การมีส่วนร่วม การบริหารจัดการ ความร่วมมือ ผลกระทบ และความยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

โครงการสนับสนุนการศึกษาโดย BKV

ในปี 2567 BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ร่วมมือกับ Pascual LeDoux Academy โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินและอาสาสมัครแก่มูลนิธิการศึกษาของโรงเรียนรัฐบาลประจำเมืองเดนเวอร์ (Denver Public School Education Foundation) ในโครงการการศึกษาที่สอดคล้องกับกรอบทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า CLASS (Community Leads and Students Succeed) ซึ่งกรอบทฤษฎีนี้ใช้กลยุทธ์การพัฒนาผลลัพธ์ของนักเรียนและความเป็นเลิศทางวิชาการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเติบโตทางการเรียนรู้และวิชาการของนักเรียน ทักษะชีวิตและการเรียนรู้ทางสังคม-อารมณ์ การมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากครอบครัว และการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้สอนทั่วทั้งโรงเรียนรัฐบาลประจำเมืองเดนเวอร์

ดูเพิ่มเติม

Banpu Digital Academy บ่มเพาะทักษะดิจิทัลให้พนักงานทุกระดับ

Banpu Digital Academy ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรมาตั้งแต่ปี 2561 โดยสร้างเสริมความตระหนักรู้ และทักษะด้านดิจิทัลให้แก่บุคลากรทุกระดับผ่านแผนการพัฒนาบุคลากรที่หลากหลายบนแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์

ดูเพิ่มเติม

Banpu Digital Leadership Program

ในปี 2567 Banpu Digital Academy ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ในการพัฒนาหลักสูตร Banpu Digital Leadership Program ภายใต้เป้าหมายการสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้นำเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของยุคดิจิทัล ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับทักษะที่สำคัญ ได้แก่

ดูเพิ่มเติม

Innovation Symphonics: ทิศทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่บ้านปู นวัตกรรมไม่ได้จำกัดเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน ผ่านโครงการ UnBox iDeas ที่พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการทดลอง และพัฒนาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน แนวทางปฏิบัตินี้ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการปลูกฝังแนวคิดแบบผู้ประกอบการ นอกจากนี้ พนักงานที่เข้าร่วมยังได้พัฒนาตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเป็นผู้นำกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อถ่ายทอดความรู้และรักษาวัฒนธรรมนวัตกรรมให้ยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

ESG Summit: การเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์

ในงาน ESG Summit ประจำปี 2567 บริษัทฯ จัดเวลาเสวนาในหัวข้อ "การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลล & ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์" โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจจากการจัดการข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เช่น การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด การสอดส่องข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และการโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนโดยอาศัยช่องโหว่จากการใช้งาน AI การบรรยายดังกล่าวช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับข้อมูลเชิงลึกและสามารถจัดการกับความเสี่ยงอย่างมีความรับผิดชอบ

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการเสถียรภาพของโรงไฟฟ้า

ในฐานะผู้ผลิตพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของโรงไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับประกันความมั่นคงทางพลังงานที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ เช่น ค่าดัชนีความพร้อมจ่าย (Availability Factor: AF) เพื่อวัดความพร้อมใช้ของโรงไฟฟ้า ค่าดัชนีการหยุดเดินเครื่องนอกแผนการซ่อมบำรุง (Forced Outage Factor: FOF) เพื่อติดตามเหตุการณ์การหยุดเดินเครื่องที่ไม่ได้วางแผนไว้ และค่าประสิทธิภาพโดยรวม (Overall Efficiency: OE) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการแปลงพลังงานจากเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้า

ดูเพิ่มเติม

โครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนโฉมภาคพลังงานอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI และดิจิทัลให้แก่บุคลากรได้กลายเป็นวาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาด้าน AI และดิจิทัลผ่านผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานในทุกสายงานสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มามาประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ

ดูเพิ่มเติม

การตอบโต้ต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในไทย

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 โดยมีศูนย์กลางในประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และเป็นบททดสอบความพร้อมด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตของบริษัทฯ ในสถานการณ์จริง ในระหว่างเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริษัทได้ใช้แผนตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan: ERP) ทันที และดำเนินการอพยพตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจนับพนักงานอย่างครอบคลุมเพื่อให้สามารถยืนยันได้ว่าพนักงานทุกคนปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ดูเพิ่มเติม

การซ้อมของทีมบริหารจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) แบบ Tabletop ในไทย จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อประเมินความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน คงไว้ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญ และปกป้องพนักงาน สินทรัพย์ ข้อมูล ตลอดจนความต่อเนื่องทางธุรกิจในระหว่างเหตุหยุดชะงัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้ยึดแนวทางการฝึกซ้อมในรูปแบบเดียวกันในทุกพื้นที่ แต่ออกแบบสถานการณ์จำลองให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของแต่ละประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่เหตุความไม่สงบ ความขัดข้องของโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน

ดูเพิ่มเติม

การประเมินช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

ตั้งแต่ปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ “Self-Hacking” ผ่าน “Bug Bounty Program” โดยร่วมมือกับชุมชนแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรมในการประเมินช่องโหว่ซึ่งต่อยอดจากการประเมินตามรอบที่กำหนดโดยมาตรฐาน ISO 27001 ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทุกบริการดิจิทัล โดยดำเนินการประเมินช่องโหว่ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้กฎเกณฑ์และข้อตกลงคุ้มครองข้อมูลอันเคร่งครัดเพื่อรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปฏิบัติตามกฎรระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม

การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจการค้าพลังงานในออสเตรเลีย

บริษัทฯ ได้จัดตั้งทีมงานเพื่อพัฒนาการนำ AI มาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจซื้อขายพลังงานในออสเตรเลีย รวมถึงความเป็นไปได้ในของการนำแบตเตอรี่มาใช้กักเก็บพลังงานในอนาคต ภายใต้เป้าหมาย 2 ประการ ได้แก่<br><br>• คาดการณ์ราคาขายไฟฟ้า เพื่อประเมินขนาดของแบตเตอรี่ที่จะนำมาใช้กักเก็บพลังงานให้เหมาะสม<br>• ประเมินความผิดปกติของราคาไฟฟ้า เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ<br><br>จากการทดลองนำ AI มาใช้กับข้อมูลย้อนหลัง 22 เดือน ทำให้บริษัทฯ มั่นใจในความสามารถของ AI ว่าจะสร้างโอกาสในการสร้างกำไรกว่า 4.6 ล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินการลงทุนในการนำแบตเตอรี่มาใช้งานจริง

ดูเพิ่มเติม

Banpu Digital Academy

The Company has established "Banpu Digital Academy" since 2018. The core mission is to elevate digital awareness and capabilities across the organization, fostering a “Digital Savvy” competency among employees. Banpu Digital Academy carries out a comprehensive journey of digital transformation that spans learning, action, and recognition phases, designed to embed digital fluency across all levels of the organization.

ดูเพิ่มเติม

การนำ AI มาใช้งานในองค์กร

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Energy Symphonics โดยสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทฯ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน สร้างแหล่งรายได้ใหม่ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทที่หลากหลาย ดังนี้

ดูเพิ่มเติม

Banpu Digital Academy บ่มเพาะทักษะดิจิทัลให้พนักงานทุกระดับ

Banpu Digital Academy ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรมาตั้งแต่ปี 2561 โดยสร้างเสริมความตระหนักรู้ และทักษะด้านดิจิทัลให้แก่บุคลากรทุกระดับผ่านแผนการพัฒนาบุคลากรที่หลากหลายบนแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์

ดูเพิ่มเติม

Banpu Digital Leadership Program

ในปี 2567 Banpu Digital Academy ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ในการพัฒนาหลักสูตร Banpu Digital Leadership Program ภายใต้เป้าหมายการสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้นำเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของยุคดิจิทัล ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับทักษะที่สำคัญ ได้แก่

ดูเพิ่มเติม

โครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนโฉมภาคพลังงานอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI และดิจิทัลให้แก่บุคลากรได้กลายเป็นวาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาด้าน AI และดิจิทัลผ่านผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานในทุกสายงานสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มามาประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ

ดูเพิ่มเติม

การนำ AI มาใช้ในองค์กร

บริษัทฯ นำ AI มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจโดยเน้นให้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการเพิ่มรายได้ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และการเพิ่มผลิตภาพของบุคลากร โดยไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับการนำมาใช้งานจริงที่มีความท้าทายเฉพาะด้านในการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ และเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดูเพิ่มเติม

การฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ: กรณีเกิดอุบัติการณ์ทางไซเบอร์

In 2024, the Company conducted a BCP exercise at the head office in Bangkok, focusing on a cyber incident scenario involving the Crisis Management Team (CMT). The exercise was part of a BCM refresher workshop, which included a briefing on global business risk trends for 2024-2025, reinforcing roles and responsibilities of CMT, a review of the activation process, and a hands-on simulation exercise to test response capabilities of the CMT.<br><br>The simulated scenario involved a widespread cyber-attack, highlighting potential disruptions to people, the environment, and assets, and revealing the strategic difficulties and reputational implications of such incidents.

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการเสถียรภาพของโรงไฟฟ้า

ในฐานะผู้ผลิตพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของโรงไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับประกันความมั่นคงทางพลังงานที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ เช่น ค่าดัชนีความพร้อมจ่าย (Availability Factor: AF) เพื่อวัดความพร้อมใช้ของโรงไฟฟ้า ค่าดัชนีการหยุดเดินเครื่องนอกแผนการซ่อมบำรุง (Forced Outage Factor: FOF) เพื่อติดตามเหตุการณ์การหยุดเดินเครื่องที่ไม่ได้วางแผนไว้ และค่าประสิทธิภาพโดยรวม (Overall Efficiency: OE) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการแปลงพลังงานจากเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้า

ดูเพิ่มเติม

การตอบโต้ต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในไทย

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 โดยมีศูนย์กลางในประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และเป็นบททดสอบความพร้อมด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตของบริษัทฯ ในสถานการณ์จริง ในระหว่างเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริษัทได้ใช้แผนตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan: ERP) ทันที และดำเนินการอพยพตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจนับพนักงานอย่างครอบคลุมเพื่อให้สามารถยืนยันได้ว่าพนักงานทุกคนปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ดูเพิ่มเติม

การซ้อมของทีมบริหารจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) แบบ Tabletop ในไทย จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อประเมินความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน คงไว้ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญ และปกป้องพนักงาน สินทรัพย์ ข้อมูล ตลอดจนความต่อเนื่องทางธุรกิจในระหว่างเหตุหยุดชะงัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้ยึดแนวทางการฝึกซ้อมในรูปแบบเดียวกันในทุกพื้นที่ แต่ออกแบบสถานการณ์จำลองให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของแต่ละประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่เหตุความไม่สงบ ความขัดข้องของโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน

ดูเพิ่มเติม

การประชุม ESG Summit ประจำปี 2566

เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับ ESG บริษัทฯ จัดการประชุม ESG Summit ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด“Sustainability Horizons: Pioneering Decarbonization and Data Privacy &amp; Cybersecurity” โดยมีคณะกรรมการ ESG รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยธุรกิจเข้าร่วมงาน อนึ่งในการประชุมมีการพูดคุยถึงแผนการดำเนินงานใน 2 ประเด็นหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยคาร์บอน และความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาบรรยายภายใต้หัวข้อ “Strengthen Cyber Readiness” โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์<br>

ดูเพิ่มเติม

การดำเนินธุรกิจอย่างยืดหยุ่นด้วยโครงการ Bug Bounty

ในปี 2567 บริษัทฯ สานต่อโครงการทดลองเจาะระบบไซเบอร์โดยร่วมมือกับชุมชนแฮกเกอร์สายขาวที่มีจริยธรรมภายใต้โครงการ "Bug Bounty" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมความยืดหยุ่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับทุกบริการดิจิทัลของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ร่วมมือกับกลุ่มแฮกเกอร์สายขาวในการประเมินช่องโหว่ของระบบตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้กฎเกณฑ์ในการทดสอบและข้อตกลงคุ้มครองข้อมูลอันเคร่งครัด เพื่อสร้างเสริมมาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม

ESG Summit: การเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์

ในงาน ESG Summit ประจำปี 2567 บริษัทฯ จัดเวลาเสวนาในหัวข้อ "การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลล & ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์" โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจจากการจัดการข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เช่น การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด การสอดส่องข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และการโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนโดยอาศัยช่องโหว่จากการใช้งาน AI การบรรยายดังกล่าวช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับข้อมูลเชิงลึกและสามารถจัดการกับความเสี่ยงอย่างมีความรับผิดชอบ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

ตั้งแต่ปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ “Self-Hacking” ผ่าน “Bug Bounty Program” โดยร่วมมือกับชุมชนแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรมในการประเมินช่องโหว่ซึ่งต่อยอดจากการประเมินตามรอบที่กำหนดโดยมาตรฐาน ISO 27001 ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทุกบริการดิจิทัล โดยดำเนินการประเมินช่องโหว่ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้กฎเกณฑ์และข้อตกลงคุ้มครองข้อมูลอันเคร่งครัดเพื่อรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปฏิบัติตามกฎรระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความตระหนักรู้และวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัทฯ ได้ยกระดับโครงการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่โครงการ Security Behavior and Cultural Program (SBCP) โดยปรับจากการอบรมสร้างความตระหนักรู้ในรูปแบบดั้งเดิม ไปสู่การปลูกฝังแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โครงการดังกล่าวช่วยรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทของพนักงานในทุกระดับในฐานะด่านแรกของการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ผ่านแนวทางสำคัญ 3 ด้านหลัก<br>• การป้องกันขั้นพื้นฐานที่มุ่งเน้นการคุ้มครองข้อมูลการรายงานอุบัติการณ์ และการตั้งรหัสผ่านที่เหมาะสม<br>• การจำลองพฤติกรรม: การฝึกซ้อมการหลอกลวงทางอีเมลล์ (phishing) และการหลอกลวงทางสังคม (Social Engineering)<br>• ความรู้พร้อมรับอนาคต: การใช้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ อย่างปลอดภัย และการกำกับดูแลการใช้ AI<br><br>การส่งเสริมวัฒนธรรมที่ตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเข้มแข็งช่วยลดความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เกิดจากมนุษย์ เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และรักษาความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย

ดูเพิ่มเติม

โครงการรณรงค์สร้างพฤติกรรมความปลอดภัยในจีน

ปี 2566 โรงไฟฟ้าโจวผิงในจีน ดำเนินโครงการ “ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบของฉัน” หรือ “My Safety My Responsibility” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการรณรงค์สร้างพฤติกรรมความปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ ทั้งนี้หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของโครงการ คือการสังเกตพฤติกรรมของพนักงาน โดยพฤติกรรมของพนักงานจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบรายงานการสังเกตความปลอดภัย โดยมีคำแนะนำเพื่อปรับปรุงเป็นการเฉพาะเจาะจง<br><br>โรงไฟฟ้ามีการวัดประสิทธิภาพของโครงการผ่านการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในรายงานการสังเกตความปลอดภัย โดยในปี 2566 จำนวนรายงานสังเกตความปลอดภัยที่ได้รับมีทั้งสิ้น 320 ฉบับ ซึ่งสูงกว่าปี 2565 ที่มีเพียง 142 ฉบับ หรือมากขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ฉลองความสำเร็จโดยให้รางวัลแก่พนักงาน เช่น รางวัลรายงานพฤติกรรมไม่ปลอดภัยดีเด่น รางวัลรายงานการตรวจสอบความปลอดภัยประจำเดือนยอดเยี่ยม รางวัลรายงานการตรวจสอบความปลอดภัยประจำปียอดเยี่ยม และรางวัลทีมความปลอดภัยยอดเยี่ยม

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Critical Control Verification Dashboards ในออสเตรเลีย

ในปี 2566 ธุรกิจเหมืองในออสเตรเลีย ได้ริเริ่มโครงการ Fatal Risk ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขึ้นเสียชีวิตโดยการควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดในทุกการปฏิบัติงาน ทั้งนี้กิจกรรมสำคัญของโครงการนี้คือการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงด้วยเทคนิค Bowtie และออกแบบมาตรการควบคุมความเสี่ยงดังกล่าว<br><br>เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินโครงการ บริษัทฯ ได้พัฒนา Critical Control Verification Dashboards ที่ให้ข้อมูลความคืบหน้าของสถานะการควบคุมความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้ในกรณีพบการควบคุมความเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้ บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงที ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ สามารถวิเคราะห์และควบคุมความเสี่ยงที่สำคัญ 10 อันดับแรก อันนำมาซึ่งความปลอดภัยในการทำงานและประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น

ดูเพิ่มเติม

โครงการตรวจเยี่ยมความปลอดภัยของฝ่ายผู้บริหารในไทย

การได้รับข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย ผู้บริหารของบ้านปู เน็กซ์ อีโคเสิร์ฟ ที่ดำเนินธุรกิจในไทยจึงมุ่งมั่นที่จะตรวจเยี่ยมพนักงานระดับปฏิบัติการที่อยู่หน้างานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานประจำวัน<br><br> ทั้งนี้ในการดำเนินกิจกรรมการตรวจเยี่ยมด้านความปลอดภัยของฝ่ายผู้บริหาร ทำให้ผู้บริหารระดับสูงมีโอกาสได้แสดงความมุ่งมั่นให้เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน รวมถึงได้แลกเปลี่ยน แบ่งปันแนวคิดเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับพนักงาน<br><br>ในปี 2566 ผู้บริหารระดับสูงได้ไปเยี่ยม 3 หน่วยปฏิบัติงาน และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติงานของบ้านปู เน็กซ์ อีโคเสิร์ฟ

ดูเพิ่มเติม

การอบรมความปลอดภัยตามลักษณะความเสี่ยง

ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการจัดการกับอันตรายในสถานที่ทำงาน บริษัทฯ จึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท ซึ่งหลักสูตรอบรมความปลอดภัยนี้ช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจ และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย

ดูเพิ่มเติม

การเสริมสร้างประสิทธิภาพความปลอดภัยในไทย

บ้านปูเน็กซ์ ในไทยให้ความสําคัญกับความปลอดภัยของผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยดําเนินการตามมาตรฐานขั้นตอนการจัดการผู้รับเหมาที่มุ่งเน้นการสื่อสารแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย การกํากับดูแล การตรวจสอบ และการประเมินสมรรถนะของผู้รับเหมา โดยในปี 2567 บริษัทฯ ประเมินความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นจำนวนทั้งสิ้น 25 โครงการ<br><br>นอกจากนี้ บ้านปู เน็กซ์ อีโคเสิร์ฟ ยังคงดําเนินกิจกรรมการเยี่ยมชมความปลอดภัยของผู้บริหาร (Management Safety Visits) อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บริหารและพนักงาน 30 คนเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานรวม 20 แห่ง ทำให้ผู้บริหารมีโอกาสได้พูดคุยกับพนักงานเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความปลอดภัย ส่งเสริมการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนแบ่งปันแนวคิด ซึ่งส่งเสริมวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะปลูกฝังความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

ดูเพิ่มเติม

โครงการ Fatal Risk และการเสริมความรู้ความสามารถด้านความปลอดภัย

Centennial บริษัทลูกในออสเตรเลียมุ่งเน้นดำเนินโครงการลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมทักษะความรู้ความสามารถให้กับพนักงาน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ<br><br>โครงการ Fatal Risk ดำเนินการชี้บ่งและลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น ผ่านแดชบอร์ดที่ตรวจสอบประสิทธิภาพและติดตามมาตรการลดความเสี่ยง รวมถึงให้สัญญานเตือนล่วงหน้าถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้โครงการประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่ การประเมินและการควบคุมอุปกรณ์ที่สําคัญ การตรวจสอบความสมบูรณ์ และการแก้ไขข้อบกพร่อง โดยการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์นี้ช่วยเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยและเสริมความสามารถในการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้น<br><br>นอกจากนี้ Centennial ยังดำเนินโครงการเสริมความรู้ความสามารถด้านความปลอดภัยของพนักงาน (Maintenance of Competence: MOC) ที่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานตามข้อกำหนดเกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะสามารถปฏิบัติตามข้อกําหนดได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ Centennial ยังร่วมมือกับหน่วยกู้ภัยเหมืองแร่ (Mines Rescue: RTO) ซึ่งเป็นองค์กรฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมอีกทั้งสามารถติดตามความคืบหน้าผ่านระบบ Pulse โครงการนี้สามารถลดความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และความต่อเนื่องทางธุรกิจ เนื่องด้วยพนักงานได้รับการพัฒนาทักษะและเสริมความรู้ที่จําเป็นอย่างสม่ำเสมอ

ดูเพิ่มเติม

โครงการทบทวนและจัดการความปลอดภัยอย่างตรงจุด

ในปี 2567 เหมืองทรูบาอินโดและบารินโตในอินโดนีเซียดําเนินโครงการทบทวนความปลอดภัย (Safety Alignment and Focused Enhancement Review, SAFER) โครงการนี้ประกอบด้วยการทบทวนหลักการด้านความปลอดภัย การสัมภาษณ์ผู้บริหาร การประเมินสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และการพัฒนาแผนการปรับปรุงความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหลังเหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรง บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก เช่น การอบรมเกี่ยวกับการเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย และหลักสูตรความปลอดภัยขั้นพื้นฐานสำหรับงานเหมือง

ดูเพิ่มเติม

การยกระดับความปลอดภัยด้วยการฝึกอบรมแบบดิจิทัลและการตรวจสอบอัจฉริยะ

ในปี 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 3 แห่งในจีนได้เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของระบบการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมที่พนักงานต้องเดินทางไปที่ศูนย์ฝึกอบรมและเนื้อหาที่ไม่ทันสมัย แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วยหลักสูตรการอบรม แบบทดสอบ และการติดตามผลแบบเรียลไทม์ผ่านโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้ายังได้ประยุกต์การใช้หมวกกันน็อคอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อวิดีโอและเสียงแบบเรียลไทม์ รวมถึงมีสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อปฎิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การทํางานกับไฟฟ้าแรงสูงและการสตาร์ทหม้อไอน้ำ

ดูเพิ่มเติม

การประเมินระดับความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมความปลอดภัย

ตั้งแต่ปี 2561 บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประเมินระดับความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยในสถานที่ปฏิบัติงาน การประเมินดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมพฤติกรรมด้านความปลอดภัยเชิงรุกทั่วทั้งองค์กร<br><br>ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินซ้ำ (Re-assessment) ที่โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งในจีน ซึ่งผลการประเมินอยู่ในระดับ “Cooperating” อันสะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก ทั้งนี้ปัจจุบันมีหน่วยธุรกิจที่เข้าร่วมการประเมินรวม 18 แห่ง ใน 4 ประเทศ โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตและยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยให้สูงยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืนในทุกพื้นที่ดำเนินงาน

ดูเพิ่มเติม

หลักสูตร BANPU Engaging Leader

In response to insights from the 2014 employee engagement survey, the Company launched the "Banpu Engaging Leader" course in 2015 at the head office in Thailand. The training aims to raise employee engagement levels by enhancing managerial influence. Over the ongoing program of a decade, the program has delivered measurable results, with engagement levels at the head office increasing significantly from 57% in 2016 to 66% in 2024. Building on the success of Banpu Engaging Leader, the initiative evolved into the comprehensive "Banpu Engaging Leader Program," which is now implemented across all business units to ensure a consistent approach to employee engagement company-wide.<br><br>Additionally, the Company introduced the "Leader and Manager as a Coach" program. This initiative standardizes the coaching framework across our global operations, enhancing leadership effectiveness and sustaining high engagement levels throughout the organization.<br>

ดูเพิ่มเติม

TalkFest

บริษัทฯ มุ่งสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรม "TalkFest" ขึ้นเพื่อเป็นเวทีส่งเสริมความร่วมมือเชิงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาทั้งในและนอกองค์กร ด้วยตระหนักถึงสาระความรู้มหาศาลในปัจจุบัน TalkFest จึงครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก ตั้งแต่ข้อควรปฏิบัติในชีวิต เช่น การเตรียมพร้อมสำหรับวัยชรา พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การควบรวมกิจการ ไปจนถึงชุดสาระเฉพาะเรื่อง เช่น การทำธุรกิจแบบร่วมลงทุน (CVC) และการลดคาร์บอน<br><br>Moreover, TalkFest regularly hosts speakers representing various domains, including academic institutions, specialists, entrepreneurs, and management professionals. These experts are invited to share their valuable insights, contributing to the enrichment of knowledge-based community. With internal moderators, the conversations were ensured that the discussions align with the Company's values and objectives.

ดูเพิ่มเติม

หลักสูตรการพัฒนาผู้นำธุรกิจระดับนานาชาติ (International Business Leader Program)

ด้วยพันธกิจในการสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ บริษัทฯ พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาผู้นำธุรกิจระดับนานาชาติ (International Business Leader Program: IBLP) ขึ้นในปี 2566 โดยมีมีผู้บริหารกว่า 30 คนจากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และสหรัฐฯ เข้าร่วมโครงการนี้<br>โดยมีผู้บริหารกว่า 30 คนจากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และสหรัฐฯ เข้าร่วมโครงการนี้

ดูเพิ่มเติม

การส่งเสริมการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน

บ้านปูมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ (E-learning) ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการพัฒนาทั้งทักษะด้านวิชาชีพและการพัฒนาส่วนบุคคล

ดูเพิ่มเติม

Innovation Symphonics: ทิศทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่บ้านปู นวัตกรรมไม่ได้จำกัดเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน ผ่านโครงการ UnBox iDeas ที่พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการทดลอง และพัฒนาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน แนวทางปฏิบัตินี้ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการปลูกฝังแนวคิดแบบผู้ประกอบการ นอกจากนี้ พนักงานที่เข้าร่วมยังได้พัฒนาตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเป็นผู้นำกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อถ่ายทอดความรู้และรักษาวัฒนธรรมนวัตกรรมให้ยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

หลักสูตร Banpu Global Leadership

Banpu Global Leadership เป็นโครงการพัฒนาภาวะผู้นำหลักที่มุ่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้แข็งแกร่งและพร้อมรับอนาคต สามารถนำพาองค์กรท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิผล โครงการนี้เน้นการพัฒนาผู้นำที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ และสามารถทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มธุรกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้พัฒนาโปรแกรมดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาะในปัจจุบันและมีประสิทธิผลมากขึ้นผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงของการเติบโตในเส้นทางผู้นำ

ดูเพิ่มเติม

การสร้างวัฒนธรรมการการโค้ช

การโค้ชเป็นสมรรถนะหลักด้านภาวะผู้นำและเป็นหนึ่งในเสาหลักของหลักสูตร Engaging Leader ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 เพื่อหล่อหลอมวัฒนธรรมการโค้ชอย่างยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร โปรแกรมดังกล่าวมีการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากโปรแกรมพื้นฐาน Great Coach ที่มุ่งเสริมสร้างหลักการโค้ชที่จำเป็นสำหรับหัวหน้างานและหัวหน้าทีม ไปจนถึง HiCoach ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เน้นการนำไปปฏิบัติจริง

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการนวัตกรรม

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของแนวความคิดใหม่ และเชื่อมโยงทิศทางเชิงกลยุทธ์เข้ากับการปฏิบัติจริง เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน UnBox iDeas² ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทดลองและพัฒนาแนวทางนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ ขณะเดียวกันโครงการ Banpu Global Innovation Awards เปิดโอกาสให้พนักงานจากหลายสายงานและหลายประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าร่วม โครงการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความใฝ่รู้ การทดลองสิ่งใหม่ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ดูเพิ่มเติม

แนวการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากร

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แนวทางการเรียนรู้และพัฒนาของบริษัทฯ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะภาวะผู้นำ ทักษะตามสายงาน และทักษะดิจิทัลที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ผ่านแนวคิดที่เน้นผลลัพธ์ เพื่อให้การเรียนรู้สามารถนำไปสู่ผลการดำเนินงานที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดนวัตกรรม และการสร้างคุณค่าให้กับองค์กรในระยะยาว

ดูเพิ่มเติม

การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง

บริษัทฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของธุรกิจในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจถึงสัดส่วนค่าใช้จ่ายภายในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างร้อยละ 63 ในอินโดนีเซียเป็นการจัดจ้างผู้รับเหมาขุดถ่านหิน ในขณะที่การจัดซื้อจัดจ้างร้อยละ 77 ในจีนเป็นการจัดซื้อถ่านหินเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักของกระบวนการผลิต

ดูเพิ่มเติม

ประเภทของผู้รับเหมา

บริษัทฯ มีแนวทางที่เป็นระบบในการจำแนกประเภทของผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ โดยการจำแนกประเภทนี้ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมา<br>ทั้งนี้ มาตรฐานการนับจำนวนผู้รับเหมาของบริษัทฯ จะนับตามจำนวนคนทำงาน อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นในธุรกิจเหมืองในออสเตรเลีย และธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในญี่ปุ่นที่ใช้การนับแบบเทียบเท่าพนักงานเต็มเวลา (Full-Time Equivalent: FTE)

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม CG Storytelling Contest

The CG Storytelling Contest, themed "Every Story Needs to Be Told," is an innovative approach to deepen employee engagement with corporate governance (CG) best practices. Participants are invited to share their experiences and impressions of colleagues who embody these principles, highlighting real-life examples of integrity and ethical conduct across the Company. The top three stories, celebrated for their inspiration, will be brought to life through video clips and showcased on CG Day.

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์

บริษัทฯ ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีแนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ ตั้งแต่การสำรวจความพอใจ การเชิญลูกค้ามาเยี่ยมชมกิจการของบริษัทฯ การจัดสัมมนาแบ่งปันองค์ความรู้ หรือการรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส ทั้งนี้ในการดำเนินงาน แนวปฏิบัติจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ

ดูเพิ่มเติม

การลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ผ่านการกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ ได้นำมาตรฐาน London Benchmarking Group มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการพิจารณาการลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

ดูเพิ่มเติม

แนวทางความรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ

เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร บริษัทฯ ได้นำแนวทางการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ (Three Lines of Defense) มาปรับใช้ โดยแนวทางนี้ให้ความสำคัญในการจัดโครงสร้าง บทบาท และความรับผิดชอบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการกำกับดูแลที่ดีและครอบคลุม<br><br>ระดับที่หนึ่ง: ฝ่ายปฏิบัติการ (Operational departments) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่แนวหน้าของการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปโดยเหมาะสมโดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด<br><br>Second Line: Compliance department, which plays an important role in strengthening business units by formulating and assessing policies to align with both laws & regulations and organizational objectives. Besides, when any business concerns arise, the compliance team collaborates closely with the legal department to provide advice for execution.<br><br>ระดับที่สาม: ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Internal audit) ซึ่งมีหน้าที่ประเมินอย่างเป็นอิสระในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งในระดับที่หนึ่งและระดับที่สอง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการเกิดประสิทธิผล และสอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อกำหนด<br><br>นอกจากนี้ ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายยังส่งเสริมความตระหนักรู้และความสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ และส่งเสริมวัฒนธรรมของการยึดมั่นในการปฏิบัตินโยบายภายในองค์กรและกฎระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานภายนอก 

ดูเพิ่มเติม

การรับรองระบบการจัดการ

บริษัทฯ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ โดยมีระบบการตรวจสอบภายในประจำปีโดยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังว่าจ้างบุคคลที่สามเพื่อดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองอย่างอิสระ โดยการรับรองเหล่านี้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 สำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001:2018 สำหรับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความตระหนักด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง ESG ให้แก่พนักงานในทุกระดับ จึงมีการสื่อสารผ่านจดหมายข่าวภายในองค์กร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG มาก ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย 

ดูเพิ่มเติม

การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจเหมือง

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจเหมือง ผลการสำรวจเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ ลูกค้าทั้งหมดที่ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์และบริการ ความเป็นมืออาชีพ และการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในระดับสูงสุด ทั้งนี้ลูกค้าเน้นย้ำว่าผลิตภัณฑ์และบริการถือเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ควรมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จทางธรุกิจอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม CG Storytelling Contest

The CG Storytelling Contest, themed "Every Story Needs to Be Told," is an innovative approach to deepen employee engagement with corporate governance (CG) best practices. Participants are invited to share their experiences and impressions of colleagues who embody these principles, highlighting real-life examples of integrity and ethical conduct across the Company. The top three stories, celebrated for their inspiration, will be brought to life through video clips and showcased on CG Day.

ดูเพิ่มเติม

การลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ผ่านการกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ ได้นำมาตรฐาน London Benchmarking Group มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการพิจารณาการลงทุนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

ดูเพิ่มเติม

แนวทางความรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ

เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร บริษัทฯ ได้นำแนวทางการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ดีตามแนวทางป้องกัน 3 ระดับ (Three Lines of Defense) มาปรับใช้ โดยแนวทางนี้ให้ความสำคัญในการจัดโครงสร้าง บทบาท และความรับผิดชอบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการกำกับดูแลที่ดีและครอบคลุม<br><br>ระดับที่หนึ่ง: ฝ่ายปฏิบัติการ (Operational departments) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่แนวหน้าของการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปโดยเหมาะสมโดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด<br><br>Second Line: Compliance department, which plays an important role in strengthening business units by formulating and assessing policies to align with both laws & regulations and organizational objectives. Besides, when any business concerns arise, the compliance team collaborates closely with the legal department to provide advice for execution.<br><br>ระดับที่สาม: ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Internal audit) ซึ่งมีหน้าที่ประเมินอย่างเป็นอิสระในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งในระดับที่หนึ่งและระดับที่สอง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการเกิดประสิทธิผล และสอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อกำหนด<br><br>นอกจากนี้ ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายยังส่งเสริมความตระหนักรู้และความสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ และส่งเสริมวัฒนธรรมของการยึดมั่นในการปฏิบัตินโยบายภายในองค์กรและกฎระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานภายนอก 

ดูเพิ่มเติม

การรับรองระบบการจัดการ

บริษัทฯ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ โดยมีระบบการตรวจสอบภายในประจำปีโดยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังว่าจ้างบุคคลที่สามเพื่อดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองอย่างอิสระ โดยการรับรองเหล่านี้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 สำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001:2018 สำหรับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ดูเพิ่มเติม

กิจกรรม CG Day ประจำปี 2567

บ้านปูจัดกิจกรรม CG Day 2024 เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านธรรมาภิบาล และเน้นย้ำพฤติกรรมการทำงานที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณ “ยึดมั่นความถูกต้อง” ให้กับพนักงานทุกระดับ โดยในปีนี้งานจัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างการมีส่วนร่วม และความยืดหยุ่นที่สอดรับกับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ โดยกิจกรรมที่สำคัญภายในงานประกอบด้วย การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ 'Strengthening Integrity: Anti-Corruption Reform for Effective Governance' โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับค่านิยมหลักขององค์กร สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานยึดถือการประพฤติตนอย่างมีจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของความสำเร็จในระยะยาวของบ้านปู

ดูเพิ่มเติม

บทความ CG Focus

"CG Focus" is a featured section in “Banpu Synergy E-Magazine”, a quarterly e-journal reaching employees across all countries where the Company operates. These articles shine a light on CG best practices within the organization and share updates on the updates on CG progress in order to foster understanding and awareness among the employees.

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG

Home > Highlight Projects > Partnerships > Business Ethics & Transparency > Management of ESG Risk Management of ESG Risk Societal Economic Environment Risk Item Human Capital Capability Cybersecurity & Personal Data Protection Climate Change Risk Appetite •  Commit to maintaining a sufficient leadership pipeline for all N-1 and critical N-2 positions. •  Commit to […]

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่

Home > Highlight Projects > Responsible & Resilient Supply Chain > ​​Management of Emerging Risks Management of Emerging Risks Risk of competitive disadvantages arising from advancements in Artificial Intelligence (AI) Risk of economic downturn affecting the achievement of ESG goals Category Economic Environment Description The rapid evolution of Artificial Intelligence (AI) challenges businesses in integrating […]

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการการปฏิบัติตามกฎหมาย

บริษัทฯ บริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายผ่านกระบวนการที่เป็นระบบ ภายใต้กรอบ “Regulatory Compliance Risk Management Cycle” ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 37301:2021 โดยประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

ดูเพิ่มเติม

การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง

บริษัทฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของธุรกิจในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจถึงสัดส่วนค่าใช้จ่ายภายในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างร้อยละ 63 ในอินโดนีเซียเป็นการจัดจ้างผู้รับเหมาขุดถ่านหิน ในขณะที่การจัดซื้อจัดจ้างร้อยละ 77 ในจีนเป็นการจัดซื้อถ่านหินเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักของกระบวนการผลิต

ดูเพิ่มเติม

ประเภทของผู้รับเหมา

บริษัทฯ มีแนวทางที่เป็นระบบในการจำแนกประเภทของผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ โดยการจำแนกประเภทนี้ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมา<br>ทั้งนี้ มาตรฐานการนับจำนวนผู้รับเหมาของบริษัทฯ จะนับตามจำนวนคนทำงาน อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นในธุรกิจเหมืองในออสเตรเลีย และธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในญี่ปุ่นที่ใช้การนับแบบเทียบเท่าพนักงานเต็มเวลา (Full-Time Equivalent: FTE)

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์

บริษัทฯ ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีแนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ ตั้งแต่การสำรวจความพอใจ การเชิญลูกค้ามาเยี่ยมชมกิจการของบริษัทฯ การจัดสัมมนาแบ่งปันองค์ความรู้ หรือการรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส ทั้งนี้ในการดำเนินงาน แนวปฏิบัติจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ

ดูเพิ่มเติม

การสร้างความตระหนักด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง ESG ให้แก่พนักงานในทุกระดับ จึงมีการสื่อสารผ่านจดหมายข่าวภายในองค์กร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG มาก ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย 

ดูเพิ่มเติม

การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจเหมือง

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจเหมือง ผลการสำรวจเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ ลูกค้าทั้งหมดที่ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์และบริการ ความเป็นมืออาชีพ และการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในระดับสูงสุด ทั้งนี้ลูกค้าเน้นย้ำว่าผลิตภัณฑ์และบริการถือเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ควรมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จทางธรุกิจอย่างยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การจัดซื้ออย่างยั่งยืนผ่านการลดของเสียและคาร์บอนฟุตพรินต์

ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างของบ้านปู โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคู่ค้าและสินค้าที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร เช่น การลดของเสียและคาร์บอนฟุตพรินต์<br><br>โดยตัวอย่างที่โดดเด่นในรอบปีที่ผ่าน ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างกับ Lenovo ในการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ได้มากกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยบ้านปูเน้นใช้บรรจุภัณฑ์แบบบรรจุรวม (Bulk packaging) โดยบรรจุแล็ปท็อปหลายเครื่องไว้ในกล่องเดียว เพื่อลดการใช้วัสดุและลดจำนวนครั้งในการขนส่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชดเชยคาร์บอน (CO2 Offset Service) จากโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่าและการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยในปี 2567 ได้เริ่มโครงการนำร่องในการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรวมกับแล็ปท็อปจำนวน 158 เครื่อง<br><br>ความร่วมมือดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำด้านการจัดซื้ออย่างชาญฉลาดที่ไม่เพียงช่วยลดของเสียและสนับสนุนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากแต่ยังช่วยสร้างอนาคตที่มั่นคง และยั่งยื

ดูเพิ่มเติม

การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนผ่านการจัดหาผ้าโปโลที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล โครงการนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดปริมาณขยะพลาสติกและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเสื้อแต่ละตัวผลิตจากขวดพลาสติก PET จำนวน 15 ขวด ช่วยแปลงของเสียให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า พร้อมตอกย้ำแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่รับผิดชอบ<br><br>จากการจัดซื้อเสื้อจำนวน 970 ตัว บริษัทฯ สามารถป้องกันไม่ให้ขวดพลาสติกจำนวน 14,550 ขวดกลายเป็นของเสีย และหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8.3 ตัน CO2e โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการบูรณาการด้าน ESG เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ และสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน

ดูเพิ่มเติม

การพัฒนาศักยภาพคู่ค้าในอินโดนีเซีย

บริษัทฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Contractors Leadership Forum ร่วมกับผู้แทนระดับบริหารจากผู้รับเหมาในอินโดนีเซีย 43 ราย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัยของผู้รับเหมา โดยมุ่งเน้นการแก้ไขข้อบกพร่องสำคัญในการดำเนินงานตามระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำเหมือง SMKP ได้แก่ ความสามารถของหัวหน้างาน การกำกับดูแลของผู้ควบคุมงาน การพัฒนาผู้ตรวจประเมินภายใน การวิเคราะห์ความจำเป็นด้านการฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้สะท้อนถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการพัฒนาคู่ค้า และความมุ่งมั่นในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

ดูเพิ่มเติม

การบริหารจัดการคู่ค้าด้าน ESG

บริษัทฯ บูรณาการ ESG ตลอดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกรายดำเนินงานสอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณคู่ค้า โดยแนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การคัดกรองด้าน ESG การคัดเลือกด้าน ESG การจำแนกคู่ค้า และการประเมินด้าน ESG ซึ่งช่วยเสริมสร้างแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีความรับผิดชอบและเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ กรอบการดำเนินงานดังกล่าวอ้างอิงแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ อาทิ ISO 20400 และหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ โดยออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญในคู่ค้าระดับ Tier-1 และขยายความครอบคลุมถึงคู่ค้าลำดับถัดไปตามความเกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม
เสนอความคิดเห็น